
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ในที่สุดรัฐบาลเสียงข้างมากก็หักดิบผ่าน พ.ร.ก.กฎหมาย 4 ฉบับ
ในที่สุดรัฐบาลเสียงข้างมากก็หักดิบผ่าน พ.ร.ก.กฎหมาย 4 ฉบับ
โดย..ช.ชดา
ที่อ้างว่าทำเพื่อฟื้นฟูประเทศผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เมื่อกฎหมายผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ก็มีผลบังคับใช้ได้เลย มารายงานต่อสภาเพื่อทราบในภายหลังได้
แต่เรื่องนี้คงรบกันอีกยาว เพราะประชาชนเริ่มเฉลียวใจแล้วว่า งานนี้ถูกจับเป็นตัวประกันอีกแล้ว การแก้ไขหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯผลกระทบที่จะชิ่งมาที่ประชาชนแรงกว่าที่คิด
เด้งที่หนึ่งก็คือ หากรัฐเก็บค่าธรรมเนียมคุ้มครองเงินฝากเพิ่มจากปัจจุบันที่เก็บอยู่ 0.4% ธนาคารก็คงไม่อยากรับเงินฝาก เปลี่ยนไปออกตั๋วเงิน หรือระดมเงินรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ต้องจ่ายค่าต๋ง และเมื่อไม่มีเงินฝากก็ไม่อยากปล่อยกู้มากนัก ทำแค่เล็กๆ น้อยๆ แล้วไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมอื่นดีกว่า ไม่ต้องจ่ายเงินให้รัฐบาล
เด้งที่สองคือ เมื่อต้นทุนธนาคารเพิ่มก็จะส่งผ่านต้นทุนมาที่ผู้ฝากเงิน ดอกเบี้ยเงินฝากก็จะต่ำ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงอยู่อย่างนั้น
รัฐอาจจะหัวเราะร่าว่าไม่ปล่อยกู้หรือรับเงินฝากก็ตามใจ ให้ธนาคารของรัฐทำให้เข็ด แต่ ช.ชดา ขอบอกว่าแบงก์รัฐขณะนี้โรยแรงเต็มที เพราะสนองนโยบายประชานิยมกันเต็มสูบแล้ว หากต้องเพิ่มทุน หรือมีหนี้เสียเกิดขึ้นสุดท้ายก็นำเงินงบประมาณแผ่นดินไปเพิ่มทุนอีก มันก็เงินของประชาชนอยู่ดี และขอบอกว่าแบงก์รัฐที่เห็นๆ น่ะ ผลงานดีจริงหรือไส้เน่ากันแน่ เปิดข้อมูลให้ประชาชนดูบ้างซิ
ดูรายการนายกฯ ยิ่งลักษณ์พบประชาชนแล้ว สงสัยว่า ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร เป็นนายกฯ มาพบประชาชนหรือไร จึงมานั่งชี้แจงเรื่องเศรษฐกิจในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก่าที่ไม่รู้ว่าเก๋าหรือเปล่า แถมคำที่บอก เดอะโต้ง กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ เศรษฐกิจว่า คุณไม่ต้องพูดผมพูดเอง ผมไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล ผมพูดได้ ฟังแล้วปลง คนที่พูดอะไรแล้วไม่ต้องรับผิดชอบนี่ดีจริง
ช.ชดาขอแนะนำว่า ควรเปลี่ยนชื่อรายการเป็นรัฐบาลพบประชาชนจะดีกว่า เผื่อนายกฯ ไม่อยากพบประชาชนก็ไม่ต้องมา ส่งคนอื่นมาพบแทน จะได้ไม่โดนครหานินทาว่าเป็น “นกแก้ว”







