
ขึ้นประกันรถชั้น1
คาดประกาศขยับราคา5-10%รีอินชัวรันส์แหยงเพิ่ม1-15เท่า
คาดประกาศขยับราคา5-10%รีอินชัวรันส์แหยงเพิ่ม1-15เท่า
บริษัทประกันจุกหนักต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถชั้น 1 ที่ส่งต่อให้ต่างประเทศเพิ่ม 15 เท่า คาดปรับราคาลูกค้าเพิ่มอีก 5-10%
ผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทยเมื่อปลายปี 2554 ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ธุรกิจที่ทำประกันภัยอยู่กว่า 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนั้นทำรถยนต์ที่มีประกันภัยชั้น 1 เสียหายประมาณ 2 หมื่นคัน คิดเป็นความเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ให้บริษัทประกันภัยต่อในต่างประเทศได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาเบี้ยประกันภัยต่อสำหรับรถยนต์ที่ทำประกันชั้น 1 ขึ้นมาตั้งแต่ 1 เท่าตัวจนถึง 15 เท่าตัว ซึ่งได้ส่งผลต่อธุรกิจประกันมาก
นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทได้ต่อสัญญาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กับบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15 เท่าจาก34 ปีที่ผ่านมาจ่ายเพียงปีละ 78 ล้านบาท ในวงเงินความคุ้มครองเท่าเดิมคือ 750 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นการซื้อความคุ้มครองความเสียหายที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ หรือ Excess of Loss Policy ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท
บริษัท วิริยะประกันภัย ยังไม่มีนโยบายเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จากลูกค้า เพราะค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยรถยนต์อยู่ประมาณ 60% ถือว่าต่ำ การที่น้ำท่วมเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมามีค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นไม่ถึง 3%ซึ่งบริษัทจะมีการบริหารความเสี่ยงด้วยการรณรงค์ลดอุบัติเหตุต่อไป
นายพนัส ธีรวณิชย์กุลผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า บริษัทมีภาระจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ซื้อประกันภัยต่อจากบริษัทประกันต่างประเทศเพิ่มขึ้น 6 เท่า หรือ 600% โดยไม่เปิดเผยวงเงินที่ซื้อความคุ้มครองต่อจากต่างประเทศ ซึ่งถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทประกันภัยอื่น และบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศยังเพิ่มวงเงินความคุ้มครองให้บริษัทอีก 4 เท่า
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จะไม่ปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จากเหตุผลดังกล่าว แต่ที่ปรับราคาเพิ่มเพราะค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าซ่อม ที่สูงขึ้น ซึ่งบริษัทไม่ได้ปรับราคาส่วนนี้มา 3 ปีแล้ว
นายไพบูลย์ จิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกสินไหมทดแทน บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย กล่าวว่า บริษัทประกันภัยต่อยังไม่ส่งราคาเบี้ยประกันภัยต่อมา จึงยังไม่สามารถต่อสัญญาได้ ซึ่งช่วงนี้บริษัทรับความเสี่ยงไว้เอง แต่ไม่มีผลกระทบต่อฐานะการเงิน เพราะมีเงินสด 4,000 ล้านบาท
“เราไม่อยากไปเร่ง เพราะจะได้เบี้ยแพงคาดว่าน่าจะเพิ่มประมาณ 1 เท่า เพราะเรามีพอร์ตรถยนต์ไม่มาก และมีหลายสัญญา สมมติปีที่แล้วบริษัทรับความเสี่ยงเอง 5 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าบริษัทประกัน ภัยต่อจะให้เรารับความเสี่ยงเอง 20 ล้านบาท” นายไพบูลย์ กล่าว
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย กล่าวว่า บริษัทถูกคิดเบี้ยประกันภัยต่อรถยนต์ชั้น 1 เพิ่มเป็น 3.75 เท่า ซึ่งถือว่าไม่เพิ่มขึ้น เพราะปี 2555 บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์เป็น 3,000 ล้านบาท จากปี 2554 ที่คาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 1,500 ล้านบาท และไม่ใช่เหตุผลที่จะขึ้นเบี้ยประกัน
นายอานนท์ วังวสุ เลขาธิการ สมาคมประกันวินาศภัย คาดว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ปีนี้จะถูกปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 5-10%







