posttoday
รมว.ไอซีทีชี้ลูกค้ามีสิทธิเลือกคุณภาพค่ายมือถือ

รมว.ไอซีทีชี้ลูกค้ามีสิทธิเลือกคุณภาพค่ายมือถือ

10 มกราคม 2555

รมว.ไอซีทีระบุลูกค้ามีสิทธิเลือกคุณภาพบริการค่ายมือถือ หากมีปัญหาบ่อยก็อาจต้องเสียลูกค้าไป

รมว.ไอซีทีระบุลูกค้ามีสิทธิเลือกคุณภาพบริการค่ายมือถือ หากมีปัญหาบ่อยก็อาจต้องเสียลูกค้าไป

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า กรณีเกิดปัญหาระบบล่มของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค  ซึ่งกระทบกับลูกค้าโดยตรง  จึงเป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการดีแทคปัจจุบันที่สามารถย้ายไปใช้บริการของรายอื่นได้หากลูกค้าต้องการ และเชื่อว่าลูกค้าดีแทคส่วนหนึ่งต้องการที่จะย้ายค่ายในช่วงนี้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังจากที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ออกประกาศเรื่องบริการคงสิทธิเลขหมาย หรือ นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้ ทำให้การย้ายค่ายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมากขึ้นหากไม่พอใจบริการรายเดิมที่ใช้อยู่ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องเปลี่ยนเลขหมายใหม่เช่นที่ผ่านมา

"คุณภาพการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะลูกค้ามีสิทธิเลือก ดังนั้น หาก ผู้ให้บริการรายใดที่มีปัญหาบ่อยๆ และไม่สามารถให้บริการได้ในระดับมาตรฐาน เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้หากต้องเสียลูกค้าไป"รมว.ไอซีทีกล่าว

ส่วนของไอซีที  เตรียมเรียกดีแทคชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวันที่ 13 ม.ค.นี้  รวมกับผู้ให้บริการอีก 2 รายที่จะต้องส่งแผนการดำเนินการโครงข่ายและมาตรการป้องกันให้กับลูกค้า หากเกิดปัญหา  ซึ่งไอซีทีได้ขยายเวลามาจากช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า  กรณีเครือข่ายล่มของดีแทคส่งผลให้ กสทช.และดีแทคต้องเข้าชี้แจงรายละเอียดให้คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สมาชิสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคโดยตรง และ กสทช.ในฐานะผู้กำกับดูแลต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ดีแทคได้ชี้แจงให้ กสทช. นั้นไม่ตรงกับข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่ของกสทช.เข้าไปตรวจสอบเอง โดยเฉพาะกรณีที่ดีแทคอ้างว่าเกิดปัญหาที่ซอฟต์แวร์ในภาคใต้แล้วกระทบมาถึงกทม.  เพราะจากการเข้าไปตรวจสอบของกสทช.พบว่า ระบบควบคุมซอฟต์แวร์ทั้งหมดอยู่ที่ส่วนกลาง  ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากใน กทม.ทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับ ต่างจังหวัด

พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า บอร์ดได้อนุมัติให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส และ บริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี เครือเอไอเอส ทดสอบการให้บริการแอลทีอี  หรือ 4 จี บนคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิร์ตซ ของบริษัท ทีโอที และจะนำร่องให้บริการปลายเดือนนี้ที่ เซ็นทรัลเวิลด์และ จ.ศรีสะเกษ

การอนุมัติครั้งนี้ เพื่อต้องการให้นำคลื่นความถี่ที่ใช้งานน้อยหรือไม่ได้ใช้งานเลยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ระหว่างที่ กสทช.ยังไม่สามารถเรียดคืนคลื่นได้ โดยปัจจุบันทีโอทีมีคลื่นความถี่ดังกล่าว 68 เมกะเฮิร์ตซ ซึ่งสามารถนำมาประมูลเพื่อพัฒนาไปสู่แอลทีอีได้ แต่การเรียกคืนต้องรอให้แผนแม่บทเสร็จมีผลบังคับใช้ก่อน

ขณะที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดตัวบริการ 3จี ภายใต้แบรนด์มาย มุ่งเน้นการใกระจายการใช้งานในต่างจังหวัด นำร่อง 5,000 สถานีฐานในเดือน ก.พ. เพิ่มเป็น 8,000 สถานีฐานในเดือน มิ.ย.และ 1.4 หมื่นสถานืในสิ้นปีนี้ หรือครอบคลุม 90% ของจำนวนประชากร

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล