posttoday
ชงรื้อภาษีชุดใหญ่

ชงรื้อภาษีชุดใหญ่

10 มกราคม 2555

บุคคลธรรมดาเก็บสูงสุด35% เพิ่มค่าลดหย่อนสูงสุด 7 แสน

บุคคลธรรมดาเก็บสูงสุด35% เพิ่มค่าลดหย่อนสูงสุด 7 แสน

สรรพากรโยนฝ่ายการเมืองตัดสินใจลดภาษีบุคคลเป็นขั้นบันได พร้อมเสนอลดรายการหักลดหย่อนแต่เพิ่มวงเงิน

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้รายงานแผนการปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง รับทราบความคืบหน้าแล้ว ซึ่งแผนปรับโครงสร้างภาษีจะมีหลากหลายรูปแบบ

รูปแบบแรก มีการปรับอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ 10-37% มีระดับอัตราที่มากขึ้น เช่น 10% 15% 20% 25% 30% ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ รมว.คลัง จะเห็นชอบให้มีการจัดเก็บ แต่อัตราสูงสุดที่เสนอให้ปรับโครงสร้างนั้น จะมีอัตราที่ลดลงจากเดิม

ชงรื้อภาษีชุดใหญ่

นอกจากนี้ ยังเสนอการปรับการหักลดหย่อนภาษีในปัจจุบันที่มีอยู่ถึง 19 รายการลงมา เนื่องจากปัจจุบันพบว่า คนที่มีรายได้สูงและคนรวยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์

รูปแบบใหม่จะมีการเสนอให้มีการกำหนดเพดานว่า สามารถหักลดหย่อนรวมกันทั้งหมดได้ไม่เกินคนละเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสูญเสียเงินภาษีน้อยลง โดยนำไปชดเชยกับส่วนที่ต้องเสียจากการลดอัตราภาษีที่ต่ำลงในอนาคตได้

นายสาธิต กล่าวว่า กรมสรรพากรยังเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเพิ่มค่าใช้จ่ายประจำที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษี ที่ปัจจุบันให้หักได้ 6 หมื่นบาท ซึ่งจะกำหนดเป็นเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ รมว.คลัง ที่ต้องพิจารณาในภาพรวมของการเก็บรายได้ที่จะได้ผลกระทบจนทำให้เก็บภาษีน้อยลง

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาจะมีผลบังคับใช้เมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะนำมาใช้ทันที หากพิจารณาเห็นว่า รายได้ของรัฐบาลยังสามารถรองรับค่าใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ของรัฐบาล หรือว่าจะชะลอออกไปก่อน รอให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยประกาศบังคับใช้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า วิธีการปรับโครงสร้างภาษีแบบขั้นบันไดนี้จะทำให้ผู้เสียภาษีมีภาระน้อยลง ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ประโยชน์มากหรือน้อย แต่จะไม่ทำให้การเสียภาษีของบุคคลธรรมดาก้าวกระโดด เช่น ปัจจุบันผู้มีเงินได้ 5 แสนบาท เสียอัตรา 10% แต่พอมีเงินได้เกินไปแค่ 500,001 บาท ต้องเสียภาษีถึง 20%

ด้านการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ศึกษาอยู่นั้น จะมีการปรับขั้นบันไดให้มีความถี่ขึ้นเป็น 0% 5% 10% 15% 20% 25% 30% และสูงสุดแค่ 35% จากเพดานภาษีสูงสุดในปัจจุบันที่คิดอยู่ 37% ส่วนระดับรายได้สุทธิในแต่ละขั้นนั้นยังอยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสม

ปัจจุบัน อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น หากมีเงินได้สุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้ามีเงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 150,001-5 แสนบาทต่อปี จะเสียภาษีในอัตรา 10% หากมีเงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 500,001-1 ล้านบาทต่อปี จะเสียภาษีอัตรา 20% มีเงินได้สุทธิอยู่ระหว่าง 1,000,001-4 ล้านบาทต่อปี จะต้องเสียภาษีอัตรา 30% และหากมีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,001 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีในอัตราสูงสุด 37% จะเห็นได้ว่ารายได้ในแต่ละขั้นนั้นค่อนข้างกระโดดมาก ระดับรายได้ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นมาก

สำหรับเพดานการลดหย่อนนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป เบื้องต้นมีข้อเสนอให้กำหนดเพดานค่าลดหย่อนสูงสุด ทุกรายการรวมกันไม่เกิน 5 แสน-1 ล้านบาทต่อปี แต่ รมว.คลัง ขอให้กำหนดเพดานไว้แค่ 7 แสนบาท

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง