
กรุงไทยลีสซิ่งปั๊มให้กู้1.6หมื่นล.
เน้นรถยนต์เชื่อโตเกือบ100% ขยายลูกค้าผ่านสาขาแบงก์
เน้นรถยนต์เชื่อโตเกือบ100% ขยายลูกค้าผ่านสาขาแบงก์
กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง ตั้งเป้าปล่อยกู้ปีนี้ 1.6 หมื่นล้าน โตเกือบ 100% เพิ่มฐานลูกค้าผ่านธนาคารกรุงไทย
นายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้ได้ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 100% และทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างไปอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่ามีกำไรประมาณ 290-300 ล้านบาท และมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล อยู่ที่ 1.5-1.6%
สำหรับแผนตลาดในปีนี้จะเน้นปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในสัดส่วน 60-70% ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อรถมือสองและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยใช้ช่องทางสาขาธนาคารกรุงไทยในการทำตลาด และขยายสินเชื่อเช่าซื้อให้มากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางขายผ่านเต็นท์รถยนต์ที่เป็นพันธมิตรอยู่ 700-800 แห่งทั่วประเทศ
นายภิญญาวัฒน์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะให้น้ำหนักกับการรุกตลาดทุกรูปแบบ เพราะในปีที่ผ่านมาได้วางระบบพัฒนาด้านไอทีเสร็จสมบูรณ์แล้ว ใช้งบลงทุนไป 40-50 ล้านบาท จึงพร้อมแข่งขันในธุรกิจเต็มที่ โดยนโยบายสินเชื่อรถยนต์ต้องอนุมัติให้ได้ภายใน 6 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ซึ่งโครงสร้างการทำงานนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และได้นำระบบเครดิตสกอริงเต็มรูปแบบมาใช้ จึงทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังมีปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะปัญหาของกลุ่มประเทศในยุโรปที่ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา จึงถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน แต่ในด้านของตลาดเช่าซื้อแล้วยังเติบโตได้อีกมาก โดยมูลค่าตลาดในปัจจุบันมีอยู่หลายแสนล้านบาท และอยู่ในมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ 10 ราย สัดส่วนถึง 70-80% ที่เหลือจึงอยู่ในมือผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง ก็อยู่ในกลุ่มนี้ แต่การที่มีเครือข่ายสาขาธนาคารกรุงไทยมาช่วยทำตลาด ก็จะทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตได้เพิ่มมากขึ้น
“ตลาดเช่าซื้อรถในปัจจุบันถือว่ากำลังเติบโต ไม่เหมือนสินเชื่อของแบงก์ที่หากเศรษฐกิจโดยรวมไม่โต สินเชื่อก็ไม่โต เมื่อดูศักยภาพของบริษัทแล้วเชื่อว่ายอดสินเชื่อที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 1.6 หมื่นล้านบาท ก็คงได้ตามเป้า และสามารถเพิ่มได้ตลอดเพื่อให้แซงคู่แข่งอื่นได้ ซึ่งเรามั่นใจว่าเรามีเครื่องมือสื่อสารให้กับเจ้าหน้าที่การตลาดทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เพื่อเป็นตัวผลักดันให้ยอดสินเชื่อเติบโต ส่วนภาพรวมของตลาดเช่าซื้อในปีนี้ยังแข่งขันสูงเหมือนเดิม และขึ้นอยู่กับผู้เล่นรายใหญ่เป็นหลัก เนื่องจากมีเงินทุน มีสาขามาก มีระบบการทำงานที่พร้อมกว่า” นายภิญญาวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจ 5 ปี ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2554-2558 บริษัทยังคงตั้งเป้าให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทให้ได้ เพื่อยกระดับขนาดธุรกิจของบริษัทที่อยู่ขนาดเล็กค่อนไปขนาดกลาง ให้เป็นบริษัทขนาดกลางเต็มรูปแบบให้ได้ และต้องการที่จะเน้นสินเชื่อทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ เครื่องจักร และสินเชื่อรายย่อย







