
ภาคอุตฯเตรียมรับมือเปิดเออีซี
กนอ.เล็งผุด4นิคมฯชายแดนรับ-กลุ่มเฟอร์นิเจอร์อาเซียนผนึกความร่วมมือ
กนอ.เล็งผุด4นิคมฯชายแดนรับ-กลุ่มเฟอร์นิเจอร์อาเซียนผนึกความร่วมมือ
ภาคอุตสาหกรรมเตรียมแผนรองรับเปิดเออีซี กนอ.เล็งผุดนิคมอุตสาหกรรมชายแดนเพิ่ม 4 แห่ง ด้านกลุ่มเฟอร์นิเจอร์อาเซียนผนึกกำลังเสริมความแกร่ง
นายวีระพงศ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายในการสัมมนาพลิกฟื้นนิคมอุตสาหกรรมไทยหลังมหาอุทกภัย 2554 ภายในงานบีโอไอแฟร์ 2011 ว่า ขณะนี้ กนอ.อยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่บริเวณชายแดน 4 แห่ง ได้แก่ นิคมฯ พุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี นิคมฯ เชียงของ นิคมฯ แม่สอด จ.ตาก และนิคมฯ ขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายแผนอุตสาหกรรมภูมิภาค เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
สำหรับนิคมฯพุน้ำร้อน อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งมีแนวคิดจะทำให้สอดคล้องกับนิคมฯ ทวายในประเทศพม่า ตั้งเป้าจะศึกษาให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 จะเริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ในปี 2556-2557 และจะทำให้แล้วเสร็จพร้อมให้บริการก่อนปี 2558
ขณะที่นิคมฯ เชียงของ อยู่ระหว่างการทบทวนรูปแบบใช้งบประมาณ 6.67 ล้านบาท พื้นที่ 2,000 ไร่ มีอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ ยา และอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ส่วนนิคมฯแม่สอด จังหวัดตาก เป็นโครงการของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีแนวคิดจะพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และมีนิคมฯ เป็นส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังติดปัญหาเรื่องกฎหมาย จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้
สำหรับนิคมฯขอนแก่น ถือเป็นนิคมฯแรกที่มีแนวคิดริเริ่มมาจากทางจังหวัด จึงได้ให้ทางจังหวัดและมหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษารูปแบบของนิคมฯเพื่อรองรับการค้าและอุตสาหกรรมเชื่อมโยงเวียดนาม ลาว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นิคมฯ ชายแดนเป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น และตรงกับความต้องการของภาคเอกชน เพราะจะช่วยทำให้การค้าชายแดนขยายตัวมากขึ้น และเชื่อว่าจะมีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมาก เพราะการค้าระหว่างประเทศทำได้โดยเสรี สะดวกต่อการขนส่งสินค้า ต่างจากเดิมที่ยังมีอุปสรรคเรื่องการระหว่างประเทศค่อนข้างมาก
นายวงกต ตั้งสืบกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน (ASEAN FURNITURE INDUSTRIES COUNCIL- AFIC) กล่าวว่า หลังการประชุมร่วมหารือกับตัวแทนในแต่ละประเทศเรื่องบทบาทของ AFIC กับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ได้กำหนดเป้าหมายที่ได้จากแนวทางของแต่ละประเทศในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ประกอบด้วย การสร้างอัตลักษณ์ของสินค้าใน AEC ให้ต่างจากประเทศคู่แข่ง ประสานความร่วมมือในการปรับตัวและการสร้างจุดแข็งเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ การเป็นคู่ค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งผู้ผลิตหลักอย่างประเทศจีนยังคงเป็นคู่แข่งอันดับ 1 ของอาเซียน การเชื่อมโยงการเป็นซัพพลายเชนเพื่อลดต้นทุน เป็นต้น
นอกจากนี้ กลุ่มเตรียมเชิญประเทศลาวและกัมพูชาในภายหลัง ส่วนบรูไนนั้นเป็นประเทศผู้ซื้อมากกว่า โดยเตรียมนำข้อสรุปที่ได้แจ้งต่อสมาชิกของกลุ่มต่อไป







