
มิตรผลเชียร์รัฐเลิกเบนซิน91
เชื่อกลุ่มแก๊สโซฮอล์จะเพิ่มสูง ช่วยดันราคาพืชพลังงานฉลุย
เชื่อกลุ่มแก๊สโซฮอล์จะเพิ่มสูง ช่วยดันราคาพืชพลังงานฉลุย
กลุ่มมิตรผล แนะรัฐหันหนุนพลังงานทางเลือก หลังเลิกเบนซิน 91 เตรียม 2 หมื่นล้าน ผุดโรงไฟฟ้า-ตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่ หวังอีก 3 ปี รายได้แตะแสนล้าน
นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายยกเลิกเบนซิน 91 ในสิ้นปีนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้คนกลับมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น หลังจากที่หยุดชะงักไปก่อนหน้านี้ ทั้งในส่วนของแก๊สโซฮอล์ น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล เช่น อี85 หรือ อี20 เพราะแนวทางนี้เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตผลทางการเกษตร เช่น อ้อย และทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น แทนที่จะไปสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม
“สินค้าทางการเกษตร เช่น อ้อย มีเกษตรกรเกี่ยวข้องมากกว่า 3 แสนครอบครัว หากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ได้ โดยรัฐหันกลับมาสนับสนุนให้ใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น จะทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น และที่ผ่านมาไทยถือเป็นผู้นำในด้านพลังงานทางเลือก มีศักยภาพที่จะเป็นฮับในภูมิภาคนี้ได้” นายกฤษฎา กล่าว
สำหรับการเข้าร่วมงานบีโอไอแฟร์ 2011 ครั้งนี้ กลุ่มมิตรผลจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “กลุ่มมิตรผล...ไร้ของเหลือทิ้ง เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีคุณค่า” เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐและเอกชนเห็นถึงนวัตกรรมในการจัดการในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ที่ประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกระบวนการผลิตน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไฟฟ้าชีวมวล ธุรกิจเอทานอลและปาร์ติเกิลบอร์ด ซึ่งปีนี้บริษัทได้ลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกระบวนการผลิตน้ำตาลอีก 200 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ใช้ 100 ล้านบาท โดยปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มไบโอพลาสติก
ปัจจุบัน กลุ่มมิตรผลมีรายได้จากพลังงานทดแทน 1 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวม โดยภายใน 2 ปีนี้ บริษัทจะใช้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน รวมทั้งสร้างโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ที่ จ.เลย ขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำตาลที่ จ.กาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังได้ขยายพื้นที่การเพาะปลูกในต่างประเทศ เช่น จีนและลาว เป็นต้น ล่าสุดได้เข้าซื้อหุ้นของนักธุรกิจท้องถิ่นออสเตรเลีย เพื่อขยายกำลังผลิตน้ำตาลเพิ่ม คาดว่าปีนี้รายได้จะโตกว่า 20% และอีก 3 ปี จะมีรายได้ราว 1 แสนล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจในประเทศ บริษัทเน้นลงทุนระบบชลประทานเพื่อรักษาความสามารถในการผลิตวัตถุดิบให้คงที่ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยผลิตอ้อยได้ประมาณ 100 ล้านตันต่อปี ผลิตเป็นน้ำตาลได้ 10 ล้านตันต่อปี หรือมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท ส่วนประเด็นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท กลุ่มมิตรผลได้ปรับขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค.นี้ รวมทั้งค่าจ้างภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอีกตันละ 154 บาท จากเดิมอยู่ที่ 1,000 บาทต่อตัน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร







