
ไฮคิวหันทิศมุ่งพร้อมทาน
รับปลากระป๋องวัตถุดิบผันผวน เร่งปั้นชื่อ‘โรซ่าพร้อม’ติดตลาด
รับปลากระป๋องวัตถุดิบผันผวน เร่งปั้นชื่อ‘โรซ่าพร้อม’ติดตลาด
ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร ปรับแผนลุยธุรกิจอาหารพร้อมทานซอส รับมืออากาศแปรปรวน วัตถุดิบปลากระป๋องผันผวน หวัง 3 ปี โกยยอด 3,000 ล้าน
นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหารพร้อมรับประทานและอาหารแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “โรซ่า พร้อม” มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ปัจจุบันมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทย ยุโรป และอเมริกา โดยจะใช้งบลงทุน 50 ล้านบาทในการขยายกำลังการผลิต เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าปีนี้จะมียอดขายในกลุ่มนี้ 100 ล้านบาท
ปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจของไฮคิวแบ่งเป็น ปลากระป๋องแบรนด์ไฮคิวและโรซ่า 60% ซอส 33% และอาหารพร้อมรับประทาน 7% แต่คาดว่าภายใน 3 ปี สัดส่วนยอดขายจากปลากระป๋องจะมีสัดส่วน 50% ซอสเพิ่มขึ้นเป็น 40% และอาหารพร้อมรับประทาน 10% และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท
สำหรับรายได้ดังกล่าวแบ่งเป็น รายได้ในประเทศ 2,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 1,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 2,200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 1,700 ล้านบาท และต่างประเทศ 500 ล้านบาท เติบโต 10% ซึ่งมากกว่าปกติที่เติบโตปีละ 7-8%
“การเติบโตดังกล่าวมาจากยอดขายในกลุ่มซอส หลังจากคู่แข่งปรับขึ้นราคา 5-10% ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่ได้ปรับราคาเนื่องจากมีไร่มะเขือเทศของตัวเองที่ จ.อุดรธานี และหนองคาย และโรงงานทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บางบ่อ บางกระดี่ ฉะเชิงเทรา และหนองคาย ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ” นายสุวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าธุรกิจปลากระป๋องเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงและผันผวนสูง เนื่องจากขึ้นกับสภาวะอากาศและปัญหาโลกร้อน ทำให้ไม่สามารถคาดเดาวัตถุดิบได้เลย ขณะที่ปลาทะเลในประเทศไทยหายากขึ้น ต้องซื้อปลาจากต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น และราคาขายต้องปรับตาม ทำให้ที่ผ่านมาธุรกิจปลากระป๋องเติบโตไม่มากนัก เฉลี่ยปีละประมาณ 5% เท่านั้น
ขณะที่แผนการทำตลาดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทจะใช้งบ 40 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมการตลาดและเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาซอสโรซ่าชุดใหม่ เพื่อรุกตลาดและตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดซอสมะเขือเทศมูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่ง 50%
ล่าสุด บริษัทได้เข้าร่วมงานบีโอไอแฟร์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน “Product & Packaging Innovation” โดยจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การเวิร์กช็อปทำซอสมะเขือเทศ และแข่งขันทำเมนูจากซอสโรซ่า เป็นต้น







