
ไทยพาณิชย์ฯมึนหาประกันต่อไม่ได้
ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยเคว้งยังหารีอินชัวเรอร์รับคุ้มครองภัยน้ำท่วมไม่ได้
ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัยเคว้งยังหารีอินชัวเรอร์รับคุ้มครองภัยน้ำท่วมไม่ได้
นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติในเรื่องการรับประกันภัยต่อในส่วนของภัยธรรมชาติกับทางบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศหรือรีอินชัวเรอร์ได้ ส่งผลให้ในขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถขายประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองถึงภัยธรรมชาติกับลูกค้าได้ แต่คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกปีนี้
“แม้ตอนนี้เราจะมีสัญญาระยะยาว 3-5 ปี กับลูกค้าสินเชื่อบ้านของธนาคารที่ยังให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วมอยู่ แต่ถ้ายังหารีอินชัวเรอร์ไม่ได้ ก็คงต้องบอกเลิกความคุ้มครองภัยน้ำท่วมออกไปก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่แน่นอน เพื่อให้ลูกค้ามีสิทธิเลือกได้ว่าจะทำประกันเฉพาะอัคคีภัยอย่างเดียว หรือจะให้คุ้มครองน้ำท่วมเข้าไปด้วย แต่ขอคิดค่าเบี้ยราคาใหม่ เพียงแต่ต้องแจ้งให้ลูกค้ารู้ล่วงหน้าก่อน 15 วัน” นายจิรวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมีฐานลูกค้าสินเชื่อบ้านของธนาคารไทยพาณิชย์ประมาณ 1.7 แสนกรมธรรม์ แต่มีกรมธรรม์ที่คุ้มครองภัยน้ำท่วมอยู่ 1 แสนกรมธรรม์ ทำประกันภัยน้ำท่วมโดยแบงก์ได้ให้ลูกค้ารายใหม่ทำประกันภัยน้ำท่วมมาตั้งแต่กลางปี 2550หรือ ขายมา 4 ปีแล้ว ส่งผลให้ยอดการเคลมสินไหมจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาในส่วนของสินเชื่อบ้านประมาณ 1.2-1.5 หมื่นราย จากปกติเคลมสินไหมสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1,000 เคลมต่อปี ซึ่งคาดว่าต้องจ่ายค่าสินไหมทั้งลูกค้ารายใหญ่และรายย่อยรวมกันประมาณ 11.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ 90% และรายย่อย 10%
นอกจากนี้ การขายประกันภัยธรรมชาติหลังจากนี้ โดยเฉพาะภัยจากน้ำท่วม บริษัทจะต้องมีการแบ่งโซนพื้นที่การปรับประกันใหม่ตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ 1.โซนแดง จะไม่รับประกันภัยน้ำท่วมเลย โดยยึดจากความถี่ของการเกิดน้ำท่วม เช่น พื้นที่ใกล้ลุ่มน้ำต่างๆ 2.โซนเหลือง เป็นพื้นที่ที่ยังรับประกันภัยน้ำท่วมอยู่ แต่ค่าเบี้ยจะแพงกว่าอัตราปกติ เช่น หาดใหญ่ และ 3.โซนเขียว เป็นพื้นที่ทั่วไปที่รับประกันภัยน้ำท่วมตามปกติ ซึ่งการแบ่งโซนครั้งนี้จะใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเป็นเกณฑ์ ทั้งในเรื่องของอัตราความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันที่เก็บได้ ซึ่งคาดว่าประมาณกลางปีนี้สถิติเรื่องน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะมีข้อมูลชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การกำหนดค่าเบี้ยที่ชัดเจน ยังต้องพิจารณาควบคู่ถึงระบบการป้องกันภัยของลูกค้าควบคู่และต้องกำหนดทุนประกันไว้ด้วย







