
เบี้ยประกันหายวับตามน้ำ12%
แต่ยอดรวมยังดีเติบโต8% คาดได้ตามเป้า3.2แสนล.
แต่ยอดรวมยังดีเติบโต8% คาดได้ตามเป้า3.2แสนล.
น้ำท่วมซัดเบี้ยประกันชีวิตเดือน พ.ย. 2554 วูบไป 12% คาดทั้งปีขายได้ 3.2 แสนล้านบาท
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.ของปีที่ผ่านมา เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกทำได้แค่ 5,294 ล้านบาท ลดลงจากเดือน พ.ย. 2553 เป็นจำนวน 725 ล้านบาท หรือติดลบ 12.1% และเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียวได้ 2,085 ล้านบาท ก็ลดลงจากเดือน พ.ย. 2553 จำนวน 256 ล้านบาท หรือติดลบ 11%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปทำได้ 20,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย. 2553 เป็นจำนวน 2,379 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.4% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 85% ทำให้ยอดรวมทั้งเดือน พ.ย. 2554 ธุรกิจมีเบี้ยประกันชีวิตรับทั้งสิ้น 27,509 ล้านบาท ยังมีอัตราเติบโต 5.4%
สำหรับยอดขายรวมในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) ปีที่ผ่านมามีเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก 60,245 ล้านบาท เบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว 27,847 ล้านบาท รวมเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 88,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนจำนวน 6,698 ล้านบาท หรือ 8.2%
นายสุทธิ กล่าวว่าเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 202,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนจำนวน 23,160 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.9% มีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 87% รวมทั้งภาคธุรกิจมีเบี้ยประกันชีวิตรับ 290,827 ล้านบาท อัตราเติบโต 11.4%
นายสุทธิ กล่าวว่า เป้าหมายที่สมาคมคาดการณ์ไว้สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับรวมในปี 2554 คือ เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือเบี้ยประกันชีวิตรับรวมไม่น้อยกว่า 3.2 แสนล้านบาท เนื่องจากในเดือน ธ.ค. ตัวแทนแต่ละบริษัทก็พยายามเร่งสร้างผลงานของตนเองให้ได้ตามเป้าอยู่แล้ว ซึ่งจะสามารถชดเชยกับการชะลอตัวในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมาได้
“การเติบโต ณ สิ้นปีที่ผ่านมาคาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 10% เช่นเดิม และคาดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้เมื่อได้เห็นข้อมูล ณ สิ้นเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นข้อมูลหลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่เดือน ส.ค. อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาโดยตลอด อีกทั้งความคงอยู่ของเบี้ยประกันชีวิตปีต่ออายุก็ยังอยู่ในอัตราที่สูงถึง 87% แสดงให้เห็นว่าประชาชนตระหนักถึงคุณประโยชน์ของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่พวกเขาถือครองอยู่” นายสุทธิ กล่าว







