posttoday
เอสเอ็มอีย้ายผลิตหนีน้ำ

เอสเอ็มอีย้ายผลิตหนีน้ำ

04 มกราคม 2555

สมาคมฯชี้ไปตะวันออก/อีสาน สมาชิกช่วยผลิตส่งทันออร์เดอร์

สมาคมฯชี้ไปตะวันออก/อีสาน สมาชิกช่วยผลิตส่งทันออร์เดอร์

เอสเอ็มอีเล็ง ย้ายการผลิตจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ไปภาคตะวันออก อีสาน พร้อมช่วยกันผลิตรักษาลูกค้า และตั้งกองทุนช่วยผู้ประกอบการน้ำท่วม

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า การบริหารความเสี่ยงของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมคงมองไปที่การย้ายแหล่งผลิตสินค้า ไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยในจังหวัดอื่นๆ และไม่ลงทุนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มเติม

ทั้งนี้ แม้จะต้องไปลงทุนไกลกว่าเดิมก็ต้องยอม เพื่อรักษาการผลิตและฐานลูกค้าไว้ให้เหมือนเดิม เหมือนกับที่บริษัทในประเทศญี่ปุ่นทำกัน แต่ของเอสเอ็มอีคงจะมองการลงทุนในประเทศ มากกว่าออกไปลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับพื้นที่เป้าหมายการขยายการลงทุนของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะอยู่ในฝั่งภาคตะวันออก เช่น จ.ชลบุรี ระยอง เนื่องจากอยู่ใกล้ท่าเรือ มีสนามบิน สะดวกต่อการขนส่งสินค้า และบางส่วนอาจไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.ขอนแก่น นครราชสีมา เป็นต้น เพื่อเข้าใกล้แหล่งแรงงาน เป็นต้น

ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก็มีมาตรการช่วยเหลือซึ่งกันและกันค่อนข้างมาก โดยบริษัทที่มีคำสั่งซื้ออยู่และผลิตสินค้าไม่ได้จะหาโรงงานในเครือข่ายให้ช่วยผลิตสินค้าให้ หรือร่วมกันหาวัตถุดิบ และเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าและกระจายงานไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งวิธีการนี้ได้ประโยชน์อย่างมากต่อผู้ประกอบการ เพราะไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐ

ขณะเดียวกันในสมาคมก็มีมาตรการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยบริษัทที่ไม่ได้รับผลกระทบจะบริจาคเงินเข้ามาให้กับสมาคม เพื่อตั้งเป็นกองทุนนำไปช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมภายในสมาคมรายละ 1 หมื่นบาท ซึ่งแม้จะเป็นเม็ดเงินมูลค่าเล็กน้อย แต่ก็ช่วยเหลือได้ส่วนหนึ่ง เป็นเงินที่เข้าถึงผู้ประกอบการโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง และรวดเร็วกว่าการรอความช่วยเหลือจากรัฐ เพราะสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ สภาพคล่อง

ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิกจำนวน 7,724 ราย กระจายอยู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเกือบ 1,000 ราย ความเสียหายรวมกว่า 40 ล้านบาท

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะให้ความสนใจนำแผนบริหารความเสี่ยง เข้ามาเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่เคยผลิตคนเดียวไม่สนใจใคร ก็จะเป็นต้องมองหาเครือข่าย หรือขยายสายการผลิตให้มีอยู่ในหลายแห่ง เพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะมีประสบการณ์แล้ว แม้ว่าโรงงานจะไม่ถูกน้ำท่วมแต่ก็ส่งสินค้าไม่ได้ รวมถึงผู้ประกอบการจะเริ่มให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยมากขึ้น

“เอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ผลิตและขายของคนเดียว ไม่เคยมีการแลกเปลี่ยนคำสั่งซื้อสินค้ากัน เพื่อคงรายได้ไว้ แม้จะผลิตสินค้าเองไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้มุมมองการทำธุรกิจเปลี่ยนไป” นายพสุ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท