
แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส 3G ร้ายกว่าการเมือง
วันที่ 26 ก.พ. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี
“ทักษิณ ชินวัตร”ทั้งนี้ แม้ว่า
“ทักษิณ” จะขายหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ผู้ประกอบการโทร.มือถือยี่ห้อเอไอเอสให้เทมาเซก โฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ไปตั้งแต่ปี 2549 แล้ว และเท่ากับว่าปัจจุบันนี้อดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้แล้วแต่มลทินยังติดตัว ADVANC อยู่จนทุกวันนี้ในด้านภาพลักษณ์
ในงานพบผู้ลงทุนของทั้ง ADVANC และบริษัทแม่คือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) วันที่ 25 ก.พ. คำถามที่นักลงทุนยังสะท้อนมาที่ทั้งสองบริษัทอยู่คือ คดีที่จะตัดสินในวันที่ 26 ก.พ. จะส่งผลอย่างไรต่อบริษัท
คำตอบของผู้บริหารทั้งสองบริษัทเป็นคำตอบเดียวกัน คือ เป็นเรื่องของบุคคลอื่น ไม่เกี่ยวกับบริษัท
“
พรรัตน์ เจนจรัสกุล” ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนงานวิเคราะห์และวางแผนการตลาด ให้คำตอบว่า นักลงทุนต้องแยกวิเคราะห์ว่าเป็นเรื่องของบุคคลที่ทำให้เกิดสัญญาสัมปทาน และบริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานทุกประการ จึงไม่ห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นสำหรับเรื่องตัวเลขที่ออกมานักลงทุนต้องแยกแยะ เพราะเป็นตัวเลขว่าถ้าเกิดอะไรไม่ใชพื้นฐานที่นักการเงินควรจะนำมาคิด
ปัจจุบันอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของบริษัทนับว่าดีกว่าเครดิตของประเทศไทย กล่าวคือ เครดิตที่จัดโดยบริษัท ทริส เรทติ้งได้ AA และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ได้ A เทียบเครดิตประเทศไทยที่ได้เพียง BBB+
แม้ว่ามีคำถามเรื่องการเมือง แต่คำถามที่สะท้อนว่านักลงทุนกังวลมากกว่าคือ ใบอนุญาต 3G เพราะจะส่งผลต่อการเติบโตของผลประกอบการในอนาคตของบริษัท
กรณีเลวร้ายที่สุดที่ ADVANC ประเมินคือ จะมีใบอนุญาต 3G ใน 12 ปีข้างหน้า เพื่อรอการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสทช.) โดยจะต้องผ่านพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ก่อน ซึ่งยังไม่ทราบกรอบเวลาที่แน่ชัด
กรณีที่ดีก็คือ การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) มีอำนาจในการให้ใบอนุญาต 3G แต่ก็ต้องรอผลการแต่งตั้งคณะกรรมการ กทช. 4 คน ให้เสร็จสิ้นก่อนใบอนุญาต 3G ที่ล่าช้านี้เป็นสาเหตุให้ ADVANC ต้องจ่ายปันผลพิเศษให้นักลงทุนในปีนี้อีก 5 บาทต่อหุ้น จากทุกปีที่จ่ายปีละ 6.3 บาทมาตลอด
“
พรรัตน์” ชี้แจงว่า เงินที่จ่ายปันผลพิเศษนี้เป็นเงินที่เตรียมไว้ประมูลลงทุน 3G ที่ล่าช้าทั้งนี้ บริษัทมีกระแสเงินสดต่อปี 3.54 หมื่นล้านบาท และคาดว่าลงทุน 3G 5 หมื่นล้านบาทใน 3 ปี โดยใช้เงินปีละ 7,000 ล้านบาท ยังเหลือเงินจ่ายปันผลหุ้นละ 6.3 บาทต่อปี หรือปีละ 1.81.9 หมื่นล้านบาท
ADVANC เชื่อว่าใบอนุญาต 3G อย่างไรก็ต้องมี แต่เมื่อไรเท่านั้นเอง ทั้งนี้หาก 3G ไม่เกิดในปีนี้ บริษัทจะดูธุรกิจการให้บริการข้อมูลที่จะลงทุนเพิ่ม เพราะเชื่อว่ามีวงจรการเติบโตที่ดี
สิ้นปี 2552 ที่ผ่านมา ADVANC กลายเป็นหุ้นปันผล เพราะปันผลพิเศษที่ยังผลให้ SHIN บริษัทแม่ประกาศจ่ายปันผลพิเศษตามไปด้วย และให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น SHIN ปัจจุบัน 11%
ส่วนอนาคตของ ADVANC จะเป็นอย่างไร ธุรกิจหลักอยู่ที่ไหน คงขึ้นอยู่กับการเกิดของใบอนุญาต 3G เป็นหลัก...







