posttoday
ปตท.ขึ้นราคา เอ็นจีวี-แอลพีจี

ปตท.ขึ้นราคา เอ็นจีวี-แอลพีจี

01 มกราคม 2555

สำหรับสัปดาห์สุดท้ายของปี 2554 ยังมีอีกหลายประเด็นข่าวร้อนให้ตามกันได้ต่อในปี 2555

สำหรับสัปดาห์สุดท้ายของปี 2554 ยังมีอีกหลายประเด็นข่าวร้อนให้ตามกันได้ต่อในปี 2555

เริ่มจาก พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวหลังการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยกระทรวงพลังงานจะเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) และแอลพีจีภาคขนส่ง รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ตามกรอบเดิมที่วางไว้ โดยเอ็นจีวีจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 ปรับขึ้นอีกกิโลกรัม (กก.) ละ 50 สตางค์ และจะขึ้นอัตรานี้ทุกเดือนจนครบ 1 ปี ส่วนแอลพีจีขึ้น 75 สตางค์ ต่อ กก.ทุกเดือนจนครบ 1 ปี และแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม 1 ม.ค. 2555 อีก 3 บาทต่อ กก. ด้าน ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. กล่าวว่า ขณะนี้มียอดผู้สมัครเข้าโครงการบัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวีประมาณ 2.3 หมื่นราย ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งของผู้มีใบขับขี่สาธารณะที่ต่ออายุรวม 6 หมื่นราย ถือว่าไม่น้อยจาก ที่ผ่านมา ปตท.

ปตท.ขึ้นราคา เอ็นจีวี-แอลพีจี

แบกรับภาระการขาดทุนจากการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวีรวมแล้ว 4 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันต้นทุนเอ็นจีวีอยู่ที่ 16 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาขายอยู่ 8.50 บาทต่อ กก. หากรัฐเลื่อนการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี ทาง ปตท.ก็คงต้องการแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปเช่นเดิม ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันปี 2555 คาดว่าจะผันผวนมากจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง และการแก้ปัญหาหนี้ในยุโรปทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบในปลายปีนี้คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 106-107 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

พาณิชย์ คุมราคาสินค้า 8 รายการ

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยมี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และการประชุมในช่วงกลางเดือน ม.ค. 2555 จะมีการเสนอให้ กกร.พิจารณาปรับเพิ่มสินค้าในบัญชีควบคุมอีก 8 รายการ และถอดสินค้าออกจากบัญชีควบคุม 8 รายการ

สำหรับสินค้าที่จะถอดออกจากรายการควบคุมคือ สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักฟอก นมเปรี้ยว กระเทียม กาแฟสำเร็จรูป และกระดาษเหนียว เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีผู้ผลิตจำนวนมาก มีกลไกการแข่งขันทางการตลาดสมบูรณ์ ส่วนสินค้าที่จะเพิ่มเข้ารายการควบคุม 8 รายการ ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ รถไถ รถเกี่ยวข้าว เครื่องวัดความชื้น เครื่องตรวจสอบคุณภาพข้าว เครื่องวัดความชื้นแป้ง กระดาษชำระ และค่าบริการเกษตร เพราะเป็นสินค้าจำเป็นในภาคการเกษตรและมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบก็จะทำให้มีรายการสินค้าควบคุม 41 รายการ ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับปี 2554 แต่เปลี่ยนแปลงแค่รายการสินค้าควบคุม

บีไอไอ ไฟเขียว 18 โครงการส่งท้ายปี’54

ปิดท้ายข่าวรอบสัปดาห์สุดท้ายของปีด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการต่างๆ รวม 18 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 29,692 ล้านบาท โดยการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทนและกิจการบริการและสาธารณูปโภคยังขยายตัว มีนักลงทุนกลุ่มใหญ่เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวม 8 กิจการ มูลค่ารวมกว่า 7,577 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท