posttoday
โลกส่งท้ายปีกระต่ายไฟ ลาจาก 2011 เศรษฐกิจป่วน-ภัยธรรมชาติซ้ำ-จุดจบทรราช

โลกส่งท้ายปีกระต่ายไฟ ลาจาก 2011 เศรษฐกิจป่วน-ภัยธรรมชาติซ้ำ-จุดจบทรราช

31 ธันวาคม 2554

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2555 ขอให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจอันดับ 1 ของเมืองไทย

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2555 ขอให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจอันดับ 1 ของเมืองไทย ทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญกันถ้วนหน้า

ลาจากกันไปสำหรับปี 2554 ปีเถาะกระต่ายไฟ ปีที่กระแสข่าวจากต่างประเทศเรียกได้ว่า “ร้อนแรง” กันทั้งปี มีทั้งข่าวดี ข่าวร้าย ข่าวเรียกน้ำตา สร้างรอยยิ้ม เป็นอีกหนึ่งปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

เปิดศักราชปีเถาะกันมาได้แค่ 3 เดือน โลกต้องตกตะลึงกับภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงที่สุดในญี่ปุ่น กับแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ตามมาด้วยคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มฝั่งอย่างบ้าคลั่ง

โลกส่งท้ายปีกระต่ายไฟ ลาจาก 2011 เศรษฐกิจป่วน-ภัยธรรมชาติซ้ำ-จุดจบทรราช

ซ้ำร้ายผลพวงจากสึนามิยังสร้างความเสียหายให้กับโรงปฏิกรณ์ไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ที่โลกต้องลุ้นกันตัวโก่งต่อมาอีกหลายเดือนว่าจะระเบิดตูมเหมือนเมื่อครั้งวิกฤตที่เชอร์โนบิลในยูเครนหรือไม่

วิกฤตครั้งนั้นทำเอาเศรษฐกิจญี่ปุ่นทรุดลงอย่างน่าใจหาย แม้ขณะนี้ก็ยังฟื้นไม่เต็มที่นัก แต่ที่แน่ๆ วิกฤตสึนามิส่งผลกระทบไปยังชาวญี่ปุ่นที่หันออกมาต่อต้านการใช้นิวเคลียร์มากขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้ว่าจะเปิดตัวปีเถาะด้วยข่าวร้ายจากญี่ปุ่น แต่ข่าวดีก็ตามติดๆ กันมาทีเดียว วันที่ 29 เม.ย. พระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์โตของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าสาวขวัญใจชาวโลกคนใหม่อย่าง เคต มิดเดิลตัน เป็นข่าวสร้างรอยยิ้มให้ชาวโลกได้พักสายตา พักอารมณ์กันบ้าง กับพระราชพิธีเสกสมรสอันตระการตาตามแบบฉบับประเพณีของอังกฤษที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในโลก

ร้อยทั้งร้อย ล้านทั้งล้าน คนทั่วโลกต่างลุ้นว่า ชีวิตคู่ของเจ้าชายวิลเลียม และเคต มิดเดิลตัน จะยืนนานหรือไม่ โดยได้แต่หวังว่าขออย่าให้ซ้ำรอยเดิมของเจ้าหญิงไดอานา ผู้เป็นพระมารดาของเจ้าชายเลย

2 พ.ค. โลกตะลึงงึงงันกับหัวข่าวสุดร้อนแรง “สังหาร โอซามา บิน ลาเดน” เจ้าพ่อก่อการร้ายหัวโจกเครือข่ายอัลกออิดะห์ที่น่ากลัวที่สุดในโลก โดยปฏิบัติการเด็ดหัวบิน ลาเดน ของหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษ หรือหน่วยซีล แห่งกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐ ถือเป็นปฏิบัติการสุดเฉียบราวกับฉากแอ็กชันในภาพยนตร์ฮอลลีวูดทีเดียว

หน่วยซีลบุกเข้ารังของบิน ลาเดน ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งไม่ไกลจากกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานในยามค่ำคืน โรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์บุกสังหารบิน ลาเดน ถึงห้องนอน ก่อนในที่สุดหน่วยซีลจะนำร่างไร้วิญญาณของบิน ลาเดน ไปทิ้งทะเล โดยไม่เหลือหลักฐานใดๆ ไว้ให้ใครได้เห็นกันเลย เป็นจุดจบของบิน ลาเดน ที่รวดเร็วเสียเหลือเกิน

ข่าวฆาตกรรมบันลือโลก ยังตามมาสร้างความสะเทือนขวัญให้ชาวโลกอีกครั้ง กับการก่อเหตุระเบิดใจกลางกรุงออสโลของนอร์เวย์ และมือระเบิดยังตามไปยิงสังหารเด็กๆ ที่เข้าแคมป์ในเกาะเล็กๆ ไม่ไกลออกไป จนเสียชีวิตหมู่ถึงกว่า 80 คน เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

สิ่งที่ทำให้ชาวยุโรปอกสั่นขวัญแขวนมากที่สุด คือ ผู้ก่อการร้ายที่ลงมือนั้น คือ แอนเดอร์ส เบริง เบรวิก เป็นฝรั่งผิวขาว สูงใหญ่ ตาสีฟ้าเสียเอง เป็นพวกขวาจัด ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายตะวันออกกลางอย่างที่คิดกัน นั่นหมายความว่า ภัยก่อการร้ายในยุโรปไม่ได้มาจากผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ภัยจากพวกเดียวกันนี่แหละน่ากลัวสุดๆ

โลกส่งท้ายปีกระต่ายไฟ ลาจาก 2011 เศรษฐกิจป่วน-ภัยธรรมชาติซ้ำ-จุดจบทรราช

 

ปี 2554 ยังเป็นปีที่สุดตื่นเต้นอย่างที่สุด สำหรับข่าวเศรษฐกิจโลกด้วยวันที่ 8 ส.ค. คืออีกหนึ่งวันที่ประวัติศาสตร์ต้องจดจำ เมื่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดังของโลก ประกาศหั่นอันดับเครดิตมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐ จากเครดิตสูงสุด AAA ลงสู่ AA+ เพราะปัญหานักการเมืองมะกันงัดข้อกันในสภา เรื่องการเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐแท้ๆ จนเกือบจะทำให้สหรัฐต้องกลายเป็นหนี้เสียไป

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกือบร้อยปีที่ชาติยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ ต้องเสียหน้ากับการสูญเสียความน่าเชื่อถือเช่นนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงกันระนาว ส่วนในตลาดสหรัฐเอง ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงไปถึง 635 จุด หรือ 5.6% เอสแอนด์พี 500 ร่วงลงไป 6.7% และแนสแด็กร่วงไม่แพ้กันที่ 6.9%

5 ต.ค. คือวันที่โลกต้องจดจำ เมื่อบุรุษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกไอทียุคใหม่ อย่าง สตีฟ จ็อบส์ ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน โรคร้ายที่เจอกันไม่บ่อยครั้งนัก ราคาหุ้นของบริษัท แอปเปิลทรุดกันทันทีกว่า 5% ท่ามกลางความไม่มั่นใจว่า แอปเปิลในวันที่ขาดจ็อบส์จะสามารถสร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ต่อไปได้หรือไม่

และแน่นอนว่า ภายใต้การบริหารของ ทิม คุก ซีอีโอบริษัทคนใหม่นั้น จนกระทั่งในวันนี้ก็ยังไร้ซึ่งเงาการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ที่หวือหวาออกมาเหมือนเมื่อครั้งที่จ็อบส์ยังกุมบังเหียนอยู่ ท้ายที่สุดนักวิเคราะห์มองว่า แอปเปิลก็จะกลายเป็นบริษัทไอทีธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าคนอื่นแต่อย่างใด

ปีเถาะยังเป็นปี “หัวกะโหลกไขว้” สำหรับเหล่าทรราชในตะวันออกกลาง วันที่ 20 ต.ค. คือวันที่ พล.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการของลิเบีย ถูกรุมประชาทัณฑ์จนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ หลังจากที่ลิเบียตกอยู่ท่ามกลางสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกบฏที่ได้รับการหนุนหลังจากกองทัพนาโตมายาวนานหลายเดือน

การเสียชีวิตของกัดดาฟี ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดแห่งชัยชนะของผู้ประท้วงที่ลุกฮือกันเป็นระลอกๆ ในหลายประเทศตะวันออกกลาง ที่ประชาชนลุกฮือขับไล่ผู้นำทรราชมาตั้งแต่ปลายปี 2553 เรื่อยมา ไม่ว่าจะในตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย และอีกหลายๆ ชาติ เช่น ซีเรีย ที่ประชาชนยังคงต่อสู้กับอำนาจเผด็จการอย่างไม่ย่อท้อ

ตลอดเดือน พ.ย. ต้องยอมรับว่า ข่าวภัยธรรมชาติจากภาวะน้ำท่วมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย ครองพื้นที่ข่าวกระแสหลักของโลกได้มากที่สุด บ้างก็ว่าน้ำที่ทะลักจากภาคเหนือของไทยลงสู่ที่ราบตอนกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ต้องจมน้ำนั้น เปรียบได้เหมือนกับคลื่นยักษ์สึนามิย่อมๆ

โลกส่งท้ายปีกระต่ายไฟ ลาจาก 2011 เศรษฐกิจป่วน-ภัยธรรมชาติซ้ำ-จุดจบทรราช

ที่สำคัญ น้ำที่เข้าท่วมโรงงานอุตสาหกรรมรอบๆ กรุงเทพฯ นั้นได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมหลายประเภทสำคัญของโลก ไม่ว่าจะการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์หรือรถยนต์ และญี่ปุ่นคือประเทศผู้ผลิตที่กระอักน้ำท่วมไม่แพ้คนไทยจริงๆ หลังต้องสูญเสียอย่างมหาศาล กับภาพโรงงานที่จมน้ำไปในแต่ละนิคมฯ

19 ธ.ค. เกือบจะส่งท้ายปีกันอยู่แล้ว แต่โลกก็ต้องเจอกับข่าวใหญ่ข่าวดังกันส่งท้าย กับการถึงแก่อสัญกรรมของประธานาธิบดี คิมจองอิล แห่งเกาหลีเหนือ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว

โลกจับตาไปที่ผู้นำคนใหม่ในทันที คือ คิมจองอึน ลูกชายคนที่ 3 ในวัย 28 ปีเท่านั้น ว่าอนาคตเกาหลีเหนือจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ทุกอย่างเหมือนเดิมตามฉบับแบบเกาหลีเหนือ เมื่อรัฐบาลโสมแดงตอกย้ำต่อชาวโลกอย่างเกรี้ยวกราดว่า เกาหลีเหนือภายใต้ผู้นำใหม่จะไม่มีวันอ่อนข้อให้ใครเป็นอันขาด ท่าทียังชัดเจนว่าจะทำตัว “เปรี้ยว” เป็นอันธพาลโลกต่อไปนั่นเอง

สุดท้าย ส่งท้ายปีเถาะ ด้วยข่าววิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ที่ต้องบอกว่าถึงจุด “ไคลแมกซ์” มาหลายต่อหลายครั้งตลอดทั้งปี 2554 เนื่องจากยุโรปยังไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาได้ ท่ามกลางสารพัดคำถามที่ไม่มีใครฟันธงได้ว่า กรีซจะเป็นหนี้เน่าหรือไม่? วิกฤตจะลุกลามไปยังประเทศที่มีขนาดใหญ่ ยักษ์อย่างอิตาลีหรือไม่? ภาคการเงินของยุโรปจะต้านทานวิกฤตนี้ไหวหรือไม่? และสุดท้ายเงินยูโรจะถึงกาลอวสานหรือไม่?

ตลอดปี 2554 การหารือกันของผู้นำยุโรปหลายต่อหลายครั้งแทบไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดีขึ้นเลย หนำซ้ำมติการแก้ปัญหาระยะยาวกับความพยายามการเข้าแทรกแซงงบประมาณภายในประเทศสมาชิก อาจจะทำให้สหภาพยุโรปแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียอีกด้วย

ต้องบอกว่า วิกฤตนี้จะกินยาวต่อไปถึงปีมะโรงและอาจจะเลยเถิดไปถึงปีมะเส็ง และปีต่อๆ ไปอีกด้วย แต่ที่ชัวร์ๆ วิกฤตยุโรปคือความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลกในปี 2555 ที่โลกต้องจับตากันแบบไม่กะพริบแน่นอน!

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ