
คลังไฟเขียวอีกพันล้านลุยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
โพสต์ทูเดย์
— คลังเร่งใช้งบชงครม.ลุย 16 โครงการของกระทรวงพาณิชย์นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เปิดเผยว่า คณะกรรมการอนุมัติโครงการไทยเข้มแข็งในสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์จำนวน 16 โครงการ มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเห็นชอบดำเนินการต่อไป
โครงการที่ได้รับการอนุมัติ อาทิ โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการส่งเสริมและต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการเปิดประตูสู่สินค้าหัตถกรรมสู่เวทีโลก โครงการศิลปกรพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โครงการส่งเสริมศักยภาพผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสมุนไพรไทยเพื่อการส่งออกสู่ตลาดโลก และโครงการส่งเสริมพัฒนาเอกชนธุรกิจอัญมณีไทยสู่สากล เป็นต้น
นายสถิตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะมีส่วนช่วยให้เกิดการใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมาระยะหนึ่ง แต่คณะกรรมการได้สั่งให้ทบทวนปรับปรุงมา 23 ครั้ง
สำหรับการเบิกจ่ายเงินโครงการไทยเข้มแข็งที่เป็นเงินกู้จากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 4 แสนล้านบาท ในส่วนแรกวงเงิน 2 แสนล้านบาท ได้จัดสรรอนุมัติโครงการแล้ว 1.6 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 4 หมื่นล้านบาท ส่วนวงเงินที่สอง 1.5 แสนล้านบาท จัดสรรอนุมัติโครงการแล้ว 5.7 หมื่น เบิกแล้ว 4.2 หมื่น
ทั้งนี้ โครงการวงเงิน 2 แสนล้านบาท หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรเงินแล้ว ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 2553 ส่วนโครงการวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ต้องลงนามในสัญญาให้เสร็จภายในวันที่ 8 เม.ย. 2553
นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย กำลังเร่งจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่ได้รับจัดสรร โดยขณะนี้มีโครงการที่ได้รับจัดสรรแล้วประมาณ 15,850 โครงการ คิดเป็นงบประมาณกว่า 1.58 แสนล้านบาท โดยลงนามในสัญญาไปแล้วประมาณ 6,200 โครงการ และมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในเดือนเม.ย.นี้ จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมได้ถึง 1 แสนล้านบาท ส่วนโครงการที่ยังไม่ได้ทำสัญญา ประมาณ 9,000 โครงการ คิดเป็นวงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้คณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ได้ชี้แจงให้เจ้าของโครงการทั้ง 4 กระทรวง เสนอขอจัดสรรงบประมาณในโครงการที่มีความพร้อมมากกว่าเข้ามาใหม่ เพื่อให้เม็ดเงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับตำบล และหมู่บ้าน ให้ฟื้นได้ตามเป้าหมาย
รมช.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวงเงินงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งในรอบที่ 2 จำนวน 150,000 ล้านบาท ขณะที่ได้มีการจัดสรรไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท และได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จะเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป







