
ช่วยหอมแดงรับค้าเสรี
อัดฉีดงบ 16 ล้านบาท ช่วยการผลิต ตลาดหอมแดงครบวงจร รับศึกการค้าเสรี
อัดฉีดงบ 16 ล้านบาท ช่วยการผลิต ตลาดหอมแดงครบวงจร รับศึกการค้าเสรี
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคการบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า หรือเอฟทีเอ กระทรวงพาณิชย์ได้อนุมัติงบประมาณ 16 ล้านบาท
งบช่วยเหลือดังกล่าวเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จ.ศรีสะเกษ จัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิต เก็บรักษา และการตลาดหอมแดงแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิดทางการตลาดเพื่อรองรับการเปิดเอฟทีเอของไทยกับต่างประเทศ
ความช่วยเหลือที่เกิดขึ้น เพราะเห็นว่าหอมแดงเป็นสินค้าที่ไทยผูกพันเปิดตลาดภายใต้เอฟทีเอกับประเทศต่างๆ เช่น อาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบจากการเปิดเสรี
ผลด้านบวก ไทยสามารถขยายตลาดส่งออกไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ได้เพิ่มขึ้นในรูปแบบของหอมแดงสด แช่เย็นและแห้ง แต่ด้านลบ ก็ประสบกับปัญหาการแข่งขันอย่างรุนแรงจากหอมแดงของจีน อินเดีย และต้องแข่งขันกับประเทศในอาเซียนที่ส่งออกหอมแดงได้เช่นกัน อาทิ พม่า กัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นต้น
ปัจจุบัน จ.ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่ผลิตหอมแดงคุณภาพดีและผลิตมากที่สุดในไทย คิดเป็นสัดส่วน 60% ของการผลิตทั้งประเทศ ที่ผ่านมามักจะมีปัญหาราคาตกต่ำ รัฐบาลต้องแทรกแซงราคาช่วยเหลือเกษตรกรตลอดแม้เกษตรกรจะรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจเกษตรผู้ปลูกหอมแดงศรีสะเกษแล้ว แต่การดำเนินการก็ยังขาดประสิทธิภาพ กองทุนเอฟทีเอจึงได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงการพัฒนาพันธุ์ การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา การแปรรูป และพัฒนาตลาดเชิงรุก เพื่อให้แข่งขันได้ สามารถต่อสู้กับการเปิดเสรี และใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีได้”นายสุรศักดิ์กล่าว
++นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือของกองทุนเอฟทีเอ ต้องการพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกพันธุ์ พัฒนาสายพันธุ์ และยกระดับการเพาะปลูกให้ได้มาตรฐานการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) ช่วยพัฒนาการบริหารจัดการศูนย์รับซื้อหอมแดง และห้องเย็น โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ และช่วยพัฒนาการแปรรูปหอมแดง เพื่อให้เก็บรักษาได้นาน เช่น หอมดองบรรจุขวด หอมเจียวบรรจุขวดหรือถุงพลาสติก และหอมแดงฮาลาล
++นอกจากนี้ จะช่วยในการทำตลาดเชิงรุก ด้วยการให้ความรู้ด้านการตลาด การพัฒนาแบรนด์ การหาลูกค้า กฎระเบียบการส่งออก รวมทั้งช่วยในการรณรงค์การบริโภคหอมแดง และจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายในงานแสงดสินค้าอาหาร (ไทยเฟกซ์) การจัดงานในห้างสรรพสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนำคณะผู้ผลิตไทยที่มีศักยภาพไปเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีชาวมุสลิมเป็นจำนวนมาก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซียและบรูไน







