posttoday
บทเรียนส่งท้ายปีสิทธิ หน้าที่ สิ่งแวดล้อม

บทเรียนส่งท้ายปีสิทธิ หน้าที่ สิ่งแวดล้อม

29 ธันวาคม 2554

ปิดท้ายปี 2554 ด้วยการสรุปบทเรียนจากความขัดแย้งที่รุนแรงในประเด็นสิ่งแวดล้อมของไทย

ปิดท้ายปี 2554 ด้วยการสรุปบทเรียนจากความขัดแย้งที่รุนแรงในประเด็นสิ่งแวดล้อมของไทย

โดย..สืบศักดิ์ สืบสายอ่อน

ที่กลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ระดับชาติ ได้แก่ กรณีการต่อต้านการขนส่งถ่านหินใน จ.สมุทรสาคร การบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ในพื้นที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และความขัดแย้งในแนวคิดการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหิน ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่สั่งสมมานานในด้านของสิทธิ หน้าที่ การรับผิดชอบต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โจทย์เก่าซ้ำซากนี้เป็นการบ้านส่งท้ายปี สำหรับรัฐบาลในการหา Solution ที่เหมาะสมต่อไป!

ปัญหาความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น อาจพิจารณาได้ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเอกชน เช่น กรณีการต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินใน จ.สมุทรสาคร ประชาชนร่วมกันดำเนินการฟ้องร้องเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการขนส่งถ่านหิน ซึ่งตุลาการมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จนกระทั่งเกิดกรณีการยิง ทองนาค เสวกจินดา แกนนำกลุ่มต่อต้านกิจการถ่านหินจนเสียชีวิต สะท้อนภาพความขัดแย้งที่รุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างคนในพื้นที่ที่หวาดกลัวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น กับความชอบธรรมในการดำเนินการของเอกชน

รูปแบบที่ 2 ความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือประชาชน กรณีที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้คงหนีไม่พ้น กรณีกรมอุทยานแห่งชาติดำเนินการกับกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยเจ้าหน้าที่ได้รื้อถอนรีสอร์ตที่มีหลักฐานแน่ชัดว่าบุกรุกพื้นที่ ตามอำนาจในมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งกรณีนี้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ อ.วังน้ำเขียว อันเป็นเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกันระหว่างรีสอร์ตและคนในพื้นที่ อีกทั้งนโยบายที่ผ่านมาของภาครัฐก็เป็นผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐจะยกประโยชน์ให้กับรีสอร์ตที่บุกรุก ผลกระทบที่ตามคือ จะเกิดการอ้างความชอบธรรมในพื้นที่ต่างๆ ที่ถูกบุกรุกและรอการเรียกร้องสิทธิภายหลัง

ที่มาของความขัดแย้งในลักษณะนี้ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์สามารถอธิบายได้ 3 เหตุผล คือ (1) ปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ไม่ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมดังกล่าว จนต้องออกมาเรียกร้องสิทธิที่ต้องพึงได้รับและหน้าที่ที่ผู้ก่อผลกระทบต้องรับผิดชอบ (Negative Externalities) (2) ประชาชนมักขาดการรับรู้ในสิทธิและหน้าที่ที่ตนเองควรจะได้รับ ในขณะที่ผู้แสวงประโยชน์อาศัยความบกพร่องเหล่านี้สร้างประโยชน์กับตนเอง (Asymmetric Information) และสุดท้าย คือ ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Benefit of Interest) กล่าวคือ ในกรณีของวังน้ำเขียว ประชาชนได้ประโยชน์จากการมีรีสอร์ต ทั้งการเป็นแหล่งรายได้จากการจ้างงาน เศรษฐกิจของชุมชน แต่ในขณะเดียวกันการขาดการบริหารจัดการรีสอร์ตที่ดีพอ สุ่มเสี่ยงให้เกิดการบุกรุกป่าสงวนอันเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม รวมทั้งปัญหาของการเข้าใช้ประโยชน์จากธรรมชาติจนเสื่อมโทรม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบในอนาคต

ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 “ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการบํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพและในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติ และต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยสวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตนย่อมได้รับความคุ้มครอง” ในขณะที่ “ประชาชนเองต้องปฏิบัติตามกฎหมาย”

แนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ยาก นั้นคือ (1) ภาครัฐต้องปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานจิตสำนึก จรรยาบรรณ และความภาคภูมิในการทำประโยชน์ให้ส่วนรวม (2) ภาคประชาชนนอกจากจะรักษาสิทธิที่ตนพึงได้รับแล้ว ต้องตระหนักถึงสิทธิของส่วนรวมในการเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเท่าเทียมกัน และ (3) ภาคเอกชนผู้หาประโยชน์จากพื้นที่ ต้องมีความตระหนักถึงความสำคัญของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบและการสร้างผลประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ หรือเสมอว่าเป็นคนในครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งข้อยากสำหรับเรื่องนี้ คงหนีไม่พ้นคุณธรรมและจริยธรรมในตัวเราเอง

วิกฤตความขัดแย้งในปีนี้ เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนไทยได้เรียนรู้ในการใช้วิกฤตมาสร้างโอกาส ปี 2555 คนไทยจะมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท