
รถมือสองซ่อมรถ โตฉิว
ท่ามกลางความโชคร้ายของธุรกิจรถยนต์ใหม่ที่ไม่มีรถส่งลูกค้า
ท่ามกลางความโชคร้ายของธุรกิจรถยนต์ใหม่ที่ไม่มีรถส่งลูกค้า
แต่ใช่ว่าธุรกิจยานยนต์จะประสบภาวะหน้ามืดเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะยังมีหลายธุรกิจที่ส้มหล่นไม่น้อย
เริ่มตั้งแต่ธุรกิจรถยนต์มือสองที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าที่มีความต้องการใช้รถเร่งด่วน เมื่อไม่สามารถหารถยนต์ใหม่ได้ ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่รถยนต์มือสองคุณภาพดีแทน
เหนืออื่นใด ความต้องการที่สูงขึ้นนั้น ทำให้ราคาจำหน่ายรถยนต์มือสองขยับตัวสูงขึ้น โดยมีการปรับตัวขึ้นทันที 510% และปรับเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 20% ในรถยนต์บางกลุ่มที่มีความต้องการสูง เช่น รถปิกอัพยกสูง เป็นต้น
นอกจากนี้ ธุรกิจรับจ้างยกสไลด์รถ ที่มีคิวให้ทำงานกันอย่างต่อเนื่อง สนนราคาค่าใช้บริการพุ่งขึ้นอย่างมาก จากปกติเริ่มที่ 1,500 บาท ในช่วงน้ำท่วมว่ากันว่าทะยานไปแตะหลักหมื่น
ขณะเดียวกัน คิวใช้บริการของศูนย์ซ่อมบำรุงต่างๆ ก็ต้องถือว่าอยู่ในระดับล้นและต้องรอคิว เรียกได้ว่าเจ้าของอู่ซ่อมกันไม่หวาดไม่ไหว ทั้งศูนย์บริการมาตรฐาน ทั้งศูนย์บริการข้างถนน เรียกว่ามีเงินอย่างเดียวไม่สามารถซ่อมได้ เพราะคิวล้นไปตามๆ กัน
การที่มีรถเข้าซ่อมจำนวนมาก ทำให้ตลาดขาดแคลนอะไหล่ที่จะนำมาใช้ซ่อม เนื่องจากหลาย ๆ อู่ไม่นิยมการสต๊อกสินค้า และเมื่อซื้ออะไหล่ใหม่ไม่ได้ ก็ดูเหมือนว่าอาจจะทำให้ตลาดเซียงกง ซึ่งรับหาอะไหล่เก่า พลันจะคึกคักขึ้นมาตาม ๆ กัน
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนว่ารอรับอานิสงค์การฟื้นตัวของตลาดหลังน้ำลด ก็คงหนีไม่พ้นตลาดรถปิกอัพ ที่มีการคาดการณ์ว่าจากภาวะน้ำท่วมจะทำให้ความต้องการรถปิกอัพกลับมาเติบโตอีกครั้งอย่างแน่นอนในปี 2555 และน่าจะขยับสัดส่วนการจำหน่ายมาเท่ากับหรือมากกว่ารถยนต์นั่งอีกครั้ง หลังจากที่โดนรถยนต์นั่งขนาดเล็กกินแชร์ไปอย่างมาก
ขณะเดียวกัน การอั้นกำลังซื้อในช่วงที่ผ่านมา ก็น่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ในปีหน้าเติบโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้งในช่วงหลังจากที่กลับมาเดินเครื่องผลิตได้ 100% น่าจะเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดอีกครั้งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งต้องจับตาว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วเพียงใด
เมื่อสถานการณ์ร้าย ๆ ผ่านไป ฟ้าเปิดอีกครั้งก็มักจะสดใสกว่าเดิม ใครที่พร้อมสู้ต่อก็เตรียมตัวกลับมาสู่สงครามที่เข้มข้นอีกครั้งก็แล้วกัน!!!
หลังจากที่ชะลอตัวในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา m







