
ณญาณี เผือกขำ ดันสินเชื่อ เฟิร์สช้อยส์ โตข้ามปี
เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี มีการคาดการณ์ว่าหลังจากนี้ตลาดสินเชื่อเงินสดและเงินผ่อนจะกลับมาคึกคัก
เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี มีการคาดการณ์ว่าหลังจากนี้ตลาดสินเชื่อเงินสดและเงินผ่อนจะกลับมาคึกคัก
โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์
เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี มีการคาดการณ์ว่าหลังจากนี้ตลาดสินเชื่อเงินสดและเงินผ่อนจะกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะไตรมาสแรกปี 2555 เหตุจากหลายครอบครัวใช้เงินเก็บที่มีอยู่แทบเกลี้ยง ณญาณี เผือกขำ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส ผู้ให้บริการบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ มีมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า
โค้งสุดท้ายตั้งแต่เดือน ธ.ค. จนถึงไตรมาสแรกปี 2555 ลูกค้าน่าจะมีความต้องการใช้เงินสดและเงินผ่อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดเครื่องใช้ภายในบ้าน เดือน ม.ค. จะเป็นช่วงที่ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าผลิตสินค้าเต็มกำลังหลังน้ำลด จากนั้นเดือน ก.พ.มี.ค. จะเห็นลูกค้ากดใช้สินเชื่อเงินสดมากขึ้น
“ตอนนี้ลูกค้ามีความต้องการใช้เงินสด กดสินเชื่อเงินสดเยอะกว่าผ่อนชำระสินค้า เพราะเป็นเงินสดอเนกประสงค์ เปิดวงเงินไว้ก็กดออกมาใช้ได้ ไม่ต้องระบุวัตถุประสงค์ จะซื้ออะไรก็ได้ รูปแบบนี้ลูกค้ามีความคล่องตัวในช่วงที่ต้องการใช้เงิน” ณญาณี กล่าว
ปัจจุบันเฟิร์สช้อยส์มีลูกค้าทั้งสิ้น 1.8 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้ลูกค้าใช้กดเงินสดถึง 70% คุณสมบัติของบัตรเป็นรูปแบบ 2 ใน 1 คือ ใช้ได้ทั้งผ่อนชำระสินค้าและกดเงินสดในบัตรเดียว ขณะที่บัตรเฟิร์สช้อยส์ที่มีรูปแบบ 3 ใน 1 คือ จะเพิ่มคุณสมบัติใช้เป็นบัตรเครดิตได้ด้วย ลูกค้ากลุ่มนี้มี 2 แสนบัตร รวมเฟิร์สช้อยส์มีฐานลูกค้าทั้งสองผลิตภัณฑ์ 2 ล้านบัญชี
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเป็นแบบขั้นบันได กดมากดอกเบี้ยถูก กดน้อยดอกเบี้ยแพง แต่อยู่ในอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไม่เกิน 28% สำหรับลูกค้าบัตรกดเงินสด จะมีรายได้เดือนละ 11.5 หมื่นบาท
ปัจจุบันเฟิร์สช้อยส์มีสินเชื่อคงค้าง 2.6 หมื่นล้านบาท ปีนี้ถือว่าทำได้เกินเป้าหมาย ยอดลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดทุกช่องทาง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่ ทำให้ปีนี้ลูกค้าใหม่เพิ่มถึง 2.5 แสนบัญชี ขณะที่ปี 2555 ตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อ 15% สินเชื่อคงค้างเติบโต 7% เป็นการเติบโตมากกว่าปีนี้เล็กน้อย เพราะปีนี้สภาพบ้านเมืองไม่ปกติ
ผู้บริหารเฟิร์สช้อยส์ เล่าว่า ช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ลูกค้าเดินทางลำบาก ขณะที่สินค้าตามโรงงานผู้ผลิตก็ระบายสินค้าไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาการใช้จ่ายหยุดชะงัก ยอดปล่อยสินเชื่อในเดือน พ.ย. จึงลดลงจากเดือน ต.ค. ประมาณ 10% แต่เมื่อเข้าสู่เดือน ธ.ค. เหตุการณ์เริ่มพลิกตัวดีขึ้นเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ดีช่วงที่ลูกค้าเกิดการกักตุนสินค้าก่อนน้ำท่วมนั้น ไม่พบว่าลูกค้ากดเงินสดจำนวนมาก กระทั่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ จากตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังต่ำกว่า 3%
อีกส่วนเกิดจากบริษัทได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าระหว่างที่เกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะการยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป 2 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทได้สำรวจลูกค้าก่อนหน้านี้ โดยมีโจทย์ว่าจะทำให้อย่างไรให้ลูกค้ากลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ ซึ่งก็ได้คำตอบจากลูกค้าว่า ต้องการให้ยืดเวลาชำระหนี้ออกไป แม้ส่วนใหญ่จะชำระหนี้ได้ แต่ต้องการหมุนเวียนสภาพคล่องชั่วคราว โดยลูกค้า 7080% ของเฟิร์สช้อยส์ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะมีระยะสั้น 12 เดือน จากนั้นก็จะได้กลับมาทำงานปกติ
ขณะนี้การชำระหนี้ของลูกค้าจึงกลับมาเหมือนเดิม และเอ็นพีแอลก็ไม่ได้เพิ่ม เหตุการณ์น้ำท่วมที่เป็นฝันร้าย หลายชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพียงแต่สิ่งที่ไม่ปกติ คือ ข้าวของที่ได้รับความเสียหายและกลายเป็นเศษขยะ ทำให้หลายคนเริ่มมองหาสินค้าบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ภายในบ้าน แต่เมื่อต้องคิดก่อนใช้
บริษัทจึงยืดอายุแคมเปญ “ฟ้าหลังฝน” ให้ผ่อนชำระสินค้าได้นานสุด 24 เดือน และในบางรายการสามารถผ่อนชำระในอัตรา 0% ได้ด้วย ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เพิ่มหมวดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่อน 0% ให้มีหลากหลายยี่ห้อหลายรายการมากขึ้น เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ในขณะนี้ สิ้นสุดโครงการสิ้นเดือน ม.ค. 2555
ณญาณี อธิบายว่า หากลูกค้าเลือกผ่อนชำระยาวถึง 24 เดือน สินค้าในบางรายการก็จะผ่อนเดือนละไม่ถึง 1,000 บาท แต่หากลูกค้ารายใดไม่อยากเสียดอกเบี้ย ก็ต้องผ่อนระยะสั้น เพราะแคมเปญดอกเบี้ย 0% จะมีระยะเวลา 6-10 เดือน ถือเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า
“ตอนนี้เกือบทุกสินค้ามีโปรโมชันให้ลูกค้าผ่อนชำระน้อยลง ทำให้เงินไม่ตึงมือจนเกินไป ผู้ผลิตสินค้าก็หันมาอุดหนุนดอกเบี้ยแทนลูกค้า ทำให้บริษัทคิดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษได้ น้ำท่วมหนักครั้งนี้ทุกคนก็เจอภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นเหมือนกัน” ณญาณี กล่าว
น้ำท่วมครั้งนี้น่าจะได้เห็นการจับจ่ายใช้สอยคึกคักอีกครั้งในปี 2555 แต่อาจเป็นรูปแบบคิดก่อนใช้ สถาบันการเงินรายใดทำโปรโมชันคุ้มและดี ย่อมเป็นตัวเลือกของลูกค้าได้ไม่ยาก







