posttoday
ปรับกลยุทธ์ส่งออก ปี55 ฝ่าปัจจัยเสี่ยง

ปรับกลยุทธ์ส่งออก ปี55 ฝ่าปัจจัยเสี่ยง

28 ธันวาคม 2554

การส่งออกสินค้าไทยปี 2555 ที่ยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยง ทั้งภาวะเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว

การส่งออกสินค้าไทยปี 2555 ที่ยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยง ทั้งภาวะเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีความผันผวน และปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับภาคการส่งออกในช่วงปลายปี 2554 ลุกลามไปจนถึงไตรมาสแรก ปี 2555 ทำให้กรมส่งเสริมการส่งออกกำหนดแผนการทำงานตั้งแต่ตัวสินค้า ตลาดส่งออก รวมทั้งแผนกิจกรรมต่างๆ แบบเข้มข้น เพื่อผลักดันให้การส่งออกขยายตัวตามเป้าหมายที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กำหนดในระดับ 15%

นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า การผลักดันยอดส่งออกสินค้าไทยปี 2555 ให้ขยายตัวตามเป้าหมาย 15% แผนการทำงานจะดูแลใน 3 ด้าน ได้แก่ การดูแลรายการสินค้า ซึ่งสินค้าที่ยังคงมีความสำคัญต่อการส่งออกปี 2555 คือ กลุ่มอาหาร คาดว่าปี 2555 จะเติบโต 7.8% ปัจจัยที่สนับสนุน ได้แก่ ความต้องการในตลาดโลกยังมีต่อเนื่อง ราคาสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคอาหารในบ้านเรามากขึ้น จึงส่งผลดีต่อการส่งออกในกลุ่มไก่แปรรูป ปลาทูน่ากระป๋อง กุ้งสดแช่เย็นและแช่แข็ง กุ้งสดแปรรูป

กลุ่มข้าว แม้ว่าปริมาณส่งออกข้าวในปี 2555 จะหดตัวลง เนื่องจากเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงกับประเทศคู่แข่ง ทั้งอินเดีย ปากีสถาน และเวียดนาม แต่ด้านมูลค่าราคาข้าวมีทิศทางสูงขึ้นจากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลและผลผลิตเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น

สินค้าที่เหลืออยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน คาดว่าปี 2555 จะเติบโต 20% ซึ่งการส่งออกของกลุ่มยานยนต์ที่ลดลงช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 จนถึงไตรมาสแรกปี 2555 เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะกลับมาฟื้นฟูโรงงานและเดินหน้ากำลังการผลิตได้เต็มที่ในไตรมาส 2 ทำให้ยอดส่งออกมีโอกาสขยายตัวเพิ่มสูงมาก โดยมีปัจจัยสนับสนุนการส่งออกรถยนต์ไปตลาดอาเซียน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คาดขยายตัว 1012% เนื่องจากความต้องการด้านสินค้าไอทีใหม่ๆ ยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อัญมณีและเครื่องประดับ คาดขยายตัว 5% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องประดับแท้ที่ทำด้วยเงินยังขยายตัวได้ดี ตอบสนองความต้องการด้านแฟชั่นได้เป็นอย่างดี สินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก คาดขยายตัว 8% จากความต้องการที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดเอเชีย

ขณะที่การดูแลตลาดส่งออกนั้น แผนการทำงานในปี 2555 จะเน้นหนักไปยังตลาดที่มีศักยภาพเติบโตทางเศรษฐกิจดีอยู่ ได้แก่ ตลาดอาเซียน คาดการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดอาเซียนจะเพิ่มขึ้นถึง 25% เนื่องจากเศรษฐกิจของอาเซียนยังขยายตัวได้ดีอยู่ โดยทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าเศรษฐกิจปี 2555 ของกลุ่มประเทศอาเซียนยังขยายตัวได้ในอัตราค่อนข้างสูง โดยเฉพาะประเทศลาว คาดว่าจะขยายตัวมากกว่า 8% กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ขยายตัวมากกว่า 6% พม่าและมาเลเซียมากกว่า 5%

ตลาดจีน คาดว่าการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดจีนปี 2555 จะเพิ่มขึ้น 25% จากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 9% และตลาดอินเดียคาดว่าการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดอินเดียปี 2555 จะเติบโต 25% จากเศรษฐกิจอินเดียที่ขยายตัว 7.5% ส่วนตลาดหลัก เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) แม้ยอดการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ยังคงรักษายอดการส่งออกในตลาดเหล่านี้ต่อไป

สำหรับแผนการทำงานผ่านกิจกรรมตามกลยุทธ์ของกรม จะเน้นการพัฒนาและส่งเสริมสินค้า ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าเพิ่มและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเร่งพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ด้านการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พัฒนาธุรกิจบริการเป้าหมาย อาทิ แฟรนไชส์ ธุรกิจสุขภาพและความงาม บันเทิง ซอฟต์แวร์ ก่อสร้าง รวมทั้งการส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ด้วยการมอบตรารับรองไทยซีเล็คท์

แผนพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับประเทศคู่ค้า เช่น การส่งเสริมใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) โดยให้ความสำคัญในตลาดอาเซียน จีน และอินเดีย สร้างและพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรในภาครัฐและเอกชนของประเทศคู่ค้าสำคัญ ทั้งระดับสถาบันและผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อขยายฐานการค้าและแสวงหาวัตถุดิบ รวมถึงการเป็นตัวแทนขายในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น อาเซียน จีน และอินเดีย

รวมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการไทยสู่เวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอท็อป เช่น จะมีการคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพส่งเสริมผลักดันให้เป็นผู้ส่งออกไทย รวมทั้งจะส่งเสริมการลดต้นทุนและสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ทางการค้า เน้นเครือข่ายโลจิสติกส์ในต่างประเทศที่จะเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า

นอกจากนี้ จะเน้นแผนการรักษาตลาดหลักขยายตลาดใหม่ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างประเทศกว่า 100 งาน ส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ จัดคณะผู้แทนการค้าไปเจรจากับผู้นำเข้าในต่างประเทศ พร้อมทั้งนำผู้นำเข้ามาพบปะกับผู้ผลิตไทย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงผ่านแผนประชาสัมพันธ์ของกรม เช่น การเชิญสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศทำข่าวศักยภาพสินค้าและบริการไทยในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้น

ในส่วนแผนงานสำคัญของรัฐบาลที่จะเป็นแรงผลักดันยอดส่งออกในปี 2555 ได้ เช่น โครงการพัฒนาสินค้าโอท็อป จำนวน 77 สินค้า จาก 5 ภูมิภาค และนำเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกของกรม โครงการส่งเสริมการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีการจัดโรดโชว์และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและดำเนินธุรกิจในเออีซี และโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก ที่จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อประชาสัมพันธ์ร้านอาหารไทย

ทั้งหมดนี้เชื่อว่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 2555 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด คือขยายตัวในระดับ 10-15% แม้ปัญหาอุทกภัยและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การส่งออกช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวไม่มากนัก แต่เชื่อว่าแนวโน้มการส่งออกครึ่งปีหลังจะขยายตัวเต็มที่ได้ตามแผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69