
ไทยเบฟผลิกดีล เสริมสุขเป๊ปซี่
อีกหนึ่งเหตุการณ์เด่นในรอบปี 2554
อีกหนึ่งเหตุการณ์เด่นในรอบปี 2554
ที่สุดแสนจะพลิกผันในแวดวงธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมเมืองไทย มูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมหรือสึนามิทั้งนั้น
โดยเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมา “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ทายาทสายตรงเสี่ยน้ำเมา “เจริญ สิริวัฒนภักดี” สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการธุรกิจเมืองไทย!!
ด้วยการส่งบริษัทลูกในเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เสริมสุข ทั้งหมด 265,900,484 หุ้น หรือ 100% ในราคา 58 บาทต่อหุ้น รวมทั้งหมดเป็นมูลค่า 15,422,228,072 บาท ส่งผลให้บริษัทลูกดังกล่าวซึ่งอยู่ในเครือไทยเบฟ รับสิทธิผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมสิทธิการบริหาร “เสริมสุข” ทันที
อย่างไรก็ตาม “ศึกชิงหุ้นเสริมสุข” ก่อนที่เกมธุรกิจจะโอเวอร์ในครั้งนี้ ถือว่ายืดเยื้อมานานกว่า 17 เดือน นับแต่วันแรกที่เกิดกระแสข่าวว่าบริษัท เป๊ปซี่โคล่า จากสหรัฐ เจ้าของน้ำอัดลมยี่ห้อ เป๊ปซี่ มิรินด้า และเซเว่นอัพ ประกาศนโยบายบริษัทแม่ต้องการเข้ามาลงทุนเพื่อรุกตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มตัว
พร้อมจัดตั้งบริษัท สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) ดำเนินการเทนเดอร์ออฟเฟอร์ บริษัท เสริมสุข จากผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมด โดยที่ สมชาย บุลสุข ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท เสริมสุข ชนิดไม่ทันรู้ตัว ก่อนตัดสินใจขึ้นคำสั่งพักการซื้อขาย (เอสพี) ในวันเดียวกันทันที ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสั่นคลอนในเชิงธุรกิจหลังเป็นพันธมิตรร่วมกันมานานกว่า 58 ปี
ทั้งนี้ ก่อนที่ “ดีล” จะปิดลง ทั้ง “เสริมสุข” และ ‘”เป๊ปซี่ โคล่า” เลือกกระบวนการเจรจาพร้อมต่อรองแก้ไขสัญญาทางธุรกิจร่วมกันใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะสัญญาการใช้หัวเชื้อน้ำอัดลมว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในวันที่โครงสร้างการถือหุ้นบริษัท เสริมสุข เปลี่ยนใหม่
ขณะที่มีผู้รู้ในวง(ใน)ธุรกิจบอกว่า เกมนี้ ถือว่าโผไม่พลิกเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ว่าจะได้เสี่ยน้ำเมา ‘เจริญ สิริวัฒนภักดี’ แห่งอาณาจักรไทยเบฟเวอเรจ ยื่นมือเข้ามากู้วิกฤตเสริมสุขจากเป๊ปซี่ โค ที่พยามเข้ามาคุมกิจการในไทยแบบเหมารวม ตามรอยเดียวกับที่ทำไว้ในประเทศอื่นๆในเอเชียก่อนหน้านี้
ขณะที่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทไทบยเบฟเวอเรจ บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สร้างความแปลกใหม่ในแวดวงธุรกิจเมืองไทยกับนักลงทุนต่างชาติ ด้วยการเสนอราคาซื้อขายหุ้นแบบ “ชู้ท เอาท์” ถือเป็นความลับ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าจะอยู่ที่มูลค่าเท่าไหร่ ขณะที่ เจ้าตัว ยังเพิ่มรู้เรื่องนี้สดๆร้อนๆ ในช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ย. และต้องยังเสนอตัวเลขไปก่อนเที่ยงในวันเดียวกันอีก
ส่วนผลลัพธ์ที่ออกมานั้นก็ถือเป็นการตัดสินใจของบอร์ดไทยเบฟเวอเรจและไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก ที่เตรียมอนุมัติงบกว่า1.5หมื่นล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้น100%ในบริษัทเสริมสุขในทันที
พร้อมประกาศว่า การเข้าซื้อหุ้นล็อตใหญ่ของบริษัท เสริมสุข ในครั้งนี้ ยังเป็นการป้องกันธุรกิจของคนไทยที่ได้รับพระราชทานตราครุฑให้อยู่ในมือการบริหารของบริษัทคนไทยด้วยกันได้ต่อไปอีกด้วย







