
เปิดภารกิจ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ดันไอซีทีไทยผงาดเวทีโลก
หลังเข้าทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้กว่า 4 เดือน
หลังเข้าทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้กว่า 4 เดือน
ดูเหมือนว่างานด้านไอซีทีจะไม่มีผลงานที่โดดเด่นมากนัก และถูกตอกย้ำมากขึ้นกับดัชนีชี้วัดความสามารถด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ซึ่งจัดทำโดย อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต หรืออีไอยู ประจำปี 2554 ที่ชี้ว่าอันดับของไทยลดลงจาก 49 ไปอยู่ที่ 50 จากผลการสำรวจ 66 ประเทศทั่วโลก รวมถึงผลสำรวจของดุสิตโพล ในประเทศไทยเองที่ไอซีทีรั้งอันดับสุดท้าย ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ภาพของไอซีทีไทยไม่ประสบความสำเร็จทั้งในสายตาชาวไทยและชาวโลก
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่ผลโหวตจะออกมาตามความคุ้นเคยในกระทรวงนั้นๆ แต่สำหรับขีดความสามารถของไอซีทีระดับโลก เป็นเรื่องที่น่าตกใจและทำให้ต้องเร่งผลักดันนโยบายต่างๆ ที่จะช่วยเอื้อต่อการลงทุนและช่วยให้ไอซีทีพัฒนาไปได้เร็วที่สุด
โครงการแรกที่จะเห็นเป็นรูปธรรม คือ อินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือไวไฟ ฟรี 4 หมื่นจุด ภายในเดือน ต.ค. 2555 จะนำร่องเปิดตัว 2 หมื่นจุด ในวันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งตามแผนจะให้บริการทั้งหมด 4 หมื่นจุด ครอบคลุมศาลากลาง 77 จังหวัด ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง เทศบาล 2,010 แห่ง 7,355 ตำบล 5,765 อบต. 12,355 โรงเรียน โรงพยาบาล 1,278 แห่ง และสถานีตำรวจ 8,269 สถานี ความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที
โครงการไวไฟฟรีเป็นหนึ่งในโครงการสมาร์ต ไทยแลนด์ ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2558 ภายใต้งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยจะขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งมีสายและไร้สายให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานในระดับตำบล 80% ของประเทศ ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชน และเป็นดัชนีสำคัญที่ยกระดับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานของประเทศให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์และเกาหลีใต้
นอกจากนี้ ยังมีโครงข่าย 3จี ทั่วประเทศของบริษัท ทีโอที 5,320 สถานี ที่จะติดตั้งเสร็จในเดือน พ.ค. 2555 และการเริ่มทดลองเทคโนโลยีแอลทีอีที่สามารถพัฒนาสู่ 4จี ได้ในอนาคต
ในส่วนของการบริการภาครัฐ จะเปิดตัวเครือข่ายการสื่อสารภาครัฐ หรือจีไอเอ็น (Government Information Network) ในวันที่ 5 ม.ค. ไอซีทีจะเป็นผู้วางเครือข่ายการสื่อสารให้กับกรมหรือหน่วยงานรัฐที่ไม่สามารถลงทุนระบบโครงข่ายได้เอง เปรียบเสมือนเครือข่ายการสื่อสารกลางของประเทศ ช่วยประหยัดงบลงทุนด้านโครงข่ายของประเทศได้สูงถึง 40% ทำให้ประชาชนใช้บริการได้เบ็ดเสร็จจากหน่วยงานเดียว
เครือข่ายจีไอเอ็นนั้นจะพัฒนาไปสู่การให้บริการประชุมเสมือนจริง หรือเทเลคอน เฟอเรนซ์ ที่จะถูกนำมาใช้มากขึ้นในการทำงานของภาครัฐ เช่น การประชุม ครม. การประชุมรัฐสภา
ขณะที่การทำงานของหน่วยงานในสังกัด จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบโดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงข่ายที่ไม่ซ้ำซ้อนกันระหว่างทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลแห่งชาติ (National Data Network) โดยทีโอทีจะเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในรูปแบบต่างๆ ทั้งไวไฟ 3จี อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ กสทฯ ให้บริการด้านไอซีทีครบวงจร
พร้อมกันนี้ได้ให้นโยบายคณะกรรมการ หรือบอร์ด ของทั้งสองหน่วยงานตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อดูแลเรื่องการลงทุนโครงข่ายที่ต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน
ในส่วนบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะให้ความสำคัญในบริการขนส่ง หรือโลจิสติกส์ มากขึ้น
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา จะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (Thai National Grid Center) ที่สามารถคำนวณได้ในระดับโมเลกุลและสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันได้ มาช่วยในการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าได้นาน 6 ชม. เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่ประชาชนสามารถพึ่งพาและไว้ใจได้
ด้านการใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรักษาความมั่งคงระบบคอมพิวเตอร์ (Thaicert) ที่คอยรับเรื่องร้องเรียนการใช้งานที่เป็นภัยคุกคามบนโลกออนไลน์
น.อ.อนุดิษฐ์ ทิ้งท้ายว่า การเร่งผลักดันในเรื่องต่างๆ นับจากนี้ไปจะเป็นเหมือนการวางรากฐานและแก้ไขจุดอ่อนของไอซีทีไทยที่ประสบปัญหาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยความหวังเล็กๆ ว่า อันดับขีดความสามารถในการพัฒนาด้านไอซีทีของไทยจะไต่อันดับกลับไปอยู่ที่ 34 เหมือนเมื่อครั้งที่เคยทำได้ในปี 2548 แม้จะไม่ใช่ในเร็ววันนี้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเลย







