
แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกยังเติบโตดีจากการบริโภคหลังน้ำลด
กลุ่มค้าปลีกเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจในปี 2555
กลุ่มค้าปลีกเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจในปี 2555
โดย..จิตรา อมรธรรม
จากการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะสูงที่สุดในกลุ่ม คือ 22% มากกว่าตลาดเกือบ 2 เท่า โดยคาดว่ากำไรของทั้งตลาด (เฉพาะหุ้นที่ FSS ศึกษา) จะเพิ่มขึ้น 13% แม้ว่าดัชนีหุ้นกลุ่มค้าปลีกในปีนี้จะปรับขึ้นมาแล้ว 38% แต่ด้วยกำไรที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นทำให้หุ้นในกลุ่มนี้จะยังเป็นที่น่าสนใจ
นักวิเคราะห์ของเราชอบหุ้นทุกตัวในกลุ่มค้าปลีก เพราะมีเรื่องราวการเติบโตที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน และทุกบริษัทได้รับผลบวกสุทธิจากนโยบายขึ้นค่าจ้างกับการปรับลดภาษีนิติบุคคล แต่ถ้าต้องเลือกเพียงตัวเลือกที่ราคาหุ้นปัจจุบัน จะเลือก MAKRO เพราะราคาหุ้นปรับขึ้นช้าที่สุดในกลุ่ม จึงทำให้ในแง่ Valuation แล้วถูกที่สุด ขณะที่การเติบโตของกำไรไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ราคาพื้นฐานสำหรับสิ้นปีหน้า คือ 275 บาท ส่วนราคาพื้นฐานของ CPALL คือ 58 บาท GLOBAL 10.5 บาท HMPRO 12.5 บาท และ BIGC ขอมีเงื่อนไขว่าถ้าเพิ่มทุนสำเร็จ ราคาพื้นฐานจะเป็น 155 บาท แต่ถ้าไม่เพิ่มทุนจะเป็น 110 บาท
กลุ่มค้าปลีกจะเติบโตจากกำลังซื้อในต่างจังหวัด
ปัจจุบันเน้นการขยายสาขาไปต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากส่วนหนึ่งพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เริ่มจำกัด และ GDP ต่างจังหวัดคิดเป็นสัดส่วนถึง 56% ของทั้งประเทศ สูงกว่า GDP ของ กทม.และปริมณฑล แม้กำลังซื้อในต่างจังหวัดจะไม่สูงเท่า แต่อยู่ในระดับที่ดีและเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของภาคกลาง (ไม่รวม กทม.และปริมณฑล) และภาคตะวันออก ซึ่งสูงกว่า กทม.และปริมณฑลมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 25392553 ในขณะที่จำนวนประชากรในต่างจังหวัดคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 83% และอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ แม้รายได้ต่อหัวจะต่ำกว่าใน กทม. และค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศถึง 7 เท่า และ 3 เท่า ตามลำดับ แต่รายได้ต่อหัวของ กทม.และปริมณฑล มีอัตราการเติบโตเพียง 4.3% ต่อปีใน 10 ปีที่ผ่านมา ต่ำสุดในทุกภูมิภาค
เดินหน้าขยายสาขาเชิงรุกและเริ่มไปต่างประเทศรองรับการเปิดเสรีอาเซียน
ทุกบริษัทในกลุ่มค้าปลีกเตรียมแผนรองรับการแข่งขันจากการเปิดเสรีอาเซียน AEC (ASEAN Economic Community) ในปี 2558 โดยมีแผนขยายสาขาในอัตราเร่ง ซึ่งกระจายไปตามภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงต่างประเทศด้วย
BIGC มีแผนขยายสาขาในอัตราเร่งทุกขนาดตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ ตั้งแต่ปี 2555–2558 โดยเฉพาะการขยายสาขา Hypermarket เพิ่มเป็นปีละ 9 สาขา จากแผนเดิม 34 สาขา พร้อมกับสาขาขนาดเล็กรองมาอย่าง Market Mini BigC และ Shopping Mall
CPALL ยังคงแผนขยายสาขาปีละ 500 สาขาตามเดิมจนถึงปี 2556 หลังจากนั้นจะขยายปีละ 600 สาขา เพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวที่ 1 หมื่นสาขา
GLOBAL จะขยายปีละ 5 สาขาตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป จากในอดีตที่ขยายได้ปีละ 13 สาขา
HMPRO เดินหน้าขยายสาขาแบบก้าวกระโดดปีละ 8–10 สาขา จากเดิม 45 สาขา ส่วนใหญ่จะมุ่งไปต่างจังหวัด และได้รับใบอนุญาตลงทุนในมาเลเซียแล้ว คาดเปิดให้บริการได้เร็วสุดคือปี 2556
ฟื้นตัวจากน้ำท่วมเร็วและจะทำกำไร New High ต่อเนื่องในปีหน้า
ทุกบริษัทในกลุ่มค้าปลีกกลับมาให้บริการหมดแล้ว แต่สินค้าบางอย่างอาจขาดสต๊อกไปอีก 1–3 เดือนข้างหน้า ในช่วงแรกหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ทันทีจากการซ่อมแซมบ้านเรือน คือ HMPRO และ GLOBAL แต่ HMPRO ได้รับประโยชน์มากกว่าจากจำนวนสาขาในพื้นที่น้ำท่วมราว 18 สาขา จากทั้งหมด 44 สาขา และมีสัดส่วนสาขาใน กทม. : ต่างจังหวัด เท่ากับ 50 : 50 มากกว่า GLOBAL ที่มีเพียง 2 สาขา จากทั้งหมด 13 สาขา ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมที่เหลืออีก 11 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสานและไม่มีสาขาใน กทม.เลย นอกจากนี้ HMPRO ยังได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการจัดงาน Homepro Expo แต่ราคาหุ้นยังค่อนข้างแพง ถ้าปรับลงมาบริเวณ 9.8–10.5 บาท ก็จะน่าสนใจค่ะ







