posttoday
รถไฟไทยทศวรรษใหม่ ฝันไกล..บริการเทียบเครื่องบิน

รถไฟไทยทศวรรษใหม่ ฝันไกล..บริการเทียบเครื่องบิน

27 ธันวาคม 2554

ก้าวย่างปีที่ 115 ซึ่งจะมาถึงในปีหน้า สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

ก้าวย่างปีที่ 115 ซึ่งจะมาถึงในปีหน้า สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

ยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ถือโอกาสเปิดเวทีประกาศวิสัยทัศน์ใหญ่ระหว่างปี 2555–2559 ภายใต้แนวคิด “รถไฟไทยในทศวรรษหน้า” ให้กับพนักงาน ร.ฟ.ท.ได้รับฟัง เพราะถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรที่สำคัญ ต้องการสื่อสารทิศทางของ ร.ฟ.ท.ในช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้าว่าจะเป็นไปอย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และหวังให้คนภายในสามารถสื่อสารความเป็นไปขององค์กรให้กับคนนอกฟังได้อย่างถูกตรง และเป็นไปในแนวเดียวกัน

นั่นคือจุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ขององค์กรขนาดยักษ์ที่ถูกมองเสมอมาว่าเป็นองค์กรแสนเชย แต่นับจากนี้ ทีมผู้บริหาร ร.ฟ.ท.วาดหวังว่าจะต้องเปลี่ยนไปทันสมัย ไม่เชย บริการดี ตรงเวลา ปลอดภัย โดย ยุทธนา ระบุว่า หลายครั้งที่มีโอกาสได้ไปดูงานระบบรางในหลายประเทศ จะเห็นได้ว่ารถไฟในต่างประเทศมีการบริการที่ดี และผู้โดยสารพึงพอใจใช้บริการ เช่น รถไฟชินกันเซ็น ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีรูปลักษณ์และการให้บริการที่ไม่ต่างจากเครื่องบิน ซึ่งในทศวรรษใหม่ของรถไฟไทยก็หวังปรับปรุงให้มีบริการที่ดีเทียบชั้นเครื่องบินเช่นกัน

แต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่ ร.ฟ.ท.ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนในปีหน้าคือ ภาพลักษณ์โดยรวมของ ร.ฟ.ท. เริ่มต้นด้วยการปรับปรุงตัวรถไฟ ห้องน้ำในรถไฟ สถานีรถไฟ ภายใต้แนวคิด สมาร์ต สเตชัน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ในการทยอยปรับปรุง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการพูดต่อแบบปากต่อปากระหว่างผู้ใช้บริการ ทำให้เกิดความต้องการอยากใช้บริการเพิ่มขึ้น

“ยกตัวอย่างง่ายๆ ห้องน้ำในรถไฟ จะต้องทำให้สะอาด รถเก่าไม่เป็นไร แต่ห้องน้ำต้องมีกลิ่นหอม” ผู้ว่าการการรถไฟฯ เอ่ยถึงแนวคิดรถไฟยุคใหม่

นอกจากนี้ ยังต้องเร่งผลักดันโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณไวไฟ (Wifi) บนรถไฟ และภายในสถานีต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในรอบบัญชีปี 2555 ซึ่งปัจจุบันมีทีโอที และ กสทฯ เสนอตัวจะเข้ามาติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณไวไฟแล้ว โดยในอนาคตผู้โดยสารจะสามารถใช้บริการไวไฟบนรถไฟได้ตลอดการเดินทางและบริเวณสถานีรถไฟ ซึ่งหากทำได้เพียง 100 สถานีจากทั้งหมดประมาณ 434 สถานี ใน 47 จังหวัด ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว

“ที่ผ่านมาคนจะมองการรถไฟเชย ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ ซึ่งจริงๆ แล้ว เราขอสัญญาณไวไฟมา 3 ปีแล้ว แต่ก็ติดขั้นตอนหลายอย่าง เชื่อว่าถ้ามีบริการดังกล่าวแล้ว จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ทันสมัยมากขึ้น”

ไม่เพียงแต่การปรับภาพลักษณ์เรื่องการบริการเท่านั้น แต่หนึ่งในวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อทศวรรษหน้าของ ร.ฟ.ท. คือ การปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านการลงทุน ต้องสร้างความเชื่อถือให้กับนักลงทุนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีแผนลงทุนจำนวนมาก แต่ต้องยกเลิกประมูลบ่อย เพราะผู้รับเหมามองว่าราคากลางต่ำเกินไป ไม่สามารถเข้ามาประมูลได้ คู่แข่งในการประมูลจึงน้อยลง ในที่สุดก็ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย จึงต้องมีการปรับราคากลางให้เหมาะสมมากขึ้น

ด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพย์สินที่มีอยู่ในมือ ต้องยอมรับว่า ร.ฟ.ท. มีที่ดินจำนวนมาก บางแปลงมีโฉนด บางแปลงไม่มี ทำให้ไม่สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริงได้ จึงต้องเร่งให้หน่วยงานที่เป็นมืออาชีพด้านการประเมิน เช่น กรมธนารักษ์ นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น เข้ามาเร่งกำหนดราคาที่ดินทั้งหมด และเร่งจัดทำเอกสารให้ตรงกับสินทรัพย์ถาวรที่มีอยู่จริง

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ตั้งเป้าดำเนินการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในรอบบัญชีปี 2554 จึงสามารถให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามารับรองทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท.ได้ โดยปัจจัยที่ต้องเร่งดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อให้ที่ดินทุกแปลงสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะพัฒนาเองหรือให้ผู้สนใจเข้ามาลงทุนต่างๆ เพราะถ้าที่ดินไร้เอกสารสิทธิก็คงยากที่เอกชนจะกล้าเข้ามาลงทุน

สำหรับการปรับปรุงบุคลากรหรือคนของ ร.ฟ.ท. เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสะท้อนภาพลักษณ์จากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี โดยได้ผลักดันบุคลากรที่มีศักยภาพให้เข้าเรียนต่อเพื่อให้ได้วุฒิปริญญาตรี นำระบบไอทีเข้ามาใช้อย่างจริงจัง รองรับการขยายไปสู่บริการใหม่ๆ ของ ร.ฟ.ท. ทั้งแอร์พอร์ต ลิงก์ รถไฟความเร็วสูง และการจัดการที่ดิน โดยในส่วนของรถไฟความเร็วสูง มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะผลักดันให้เกิดโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะเส้นทางสายอีสาน กรุงเทพฯหนองคาย ที่จะผ่าน จ.นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น

ส่วนภาพรวมเป้าหมายรายได้ในส่วนของการบริหารทรัพย์สินที่ดินจะต้องเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี โดยรอบบัญชีปี 2553 อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขนส่งจะเติบโตอยู่ที่ 45% แบ่งเป็นขนส่งสินค้า 2,400 ล้านบาท และขนส่งคน 4,200 ล้านบาท

คงต้องจับตาดูว่าวิสัยทัศน์ที่ ยุทธนา ทัพเจริญ ได้วาดฝันไว้จะกลายเป็นภาพจริงที่ชัดเจนให้เห็นในปี 2555 ได้หรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน