
ศรีอยุธยา ท้าชิง 10 ประกันไทย
ผู้ถือหุ้นกลุ่มศรีอยุธยา แคปปิตอล พร้อมเพิ่มทุน ดันส่วนแบ่งการตลาดติด 1 ใน 10 ทั้งประกันภัย ประกันชีวิต ในตลาดประกันไทย
ผู้ถือหุ้นกลุ่มศรีอยุธยา แคปปิตอล พร้อมเพิ่มทุน ดันส่วนแบ่งการตลาดติด 1 ใน 10 ทั้งประกันภัย ประกันชีวิต ในตลาดประกันไทย
โดย...วารุณี อินวันนา
“คงจำกันได้ว่าสมัยที่ผมเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ใหม่ๆ ผมเคยบอกไว้ว่าจะนำพาบริษัทขึ้นติด 1 ใน 10 ให้ได้” โรวัน ดี อาซี่ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย และบริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล ทบทวนภารกิจในฐานะผู้บริหารให้ฟังอีกรอบ
อาซี่ เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการของบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2551 หลังจากนั้นมา แผนธุรกิจที่เคยเงียบเชียบและเป็นแบบอนุรักษนิยมก็ถูกเปลี่ยนเป็นเชิงรุกทันที
โดยเฉพาะแผนธุรกิจในปี 2555 ถือว่าน่าตื่นเต้นและน่าจับตามอง เพราะอาซี่ประกาศชัดว่าจะเข้าซื้อบริษัทประกันชีวิตที่มีส่วนแบ่งการตลาด หรือเป็นผู้เล่นในตลาดที่ติด 1 ใน 10 ของตลาดประกันชีวิตไทย และต้องการเป็นผู้คุมอำนาจบริหาร เน้นบริษัทที่มีประวัติดี ชื่อเสียงดีและมีธุรกิจระยะยาวอยู่ในมือ ซึ่งจะต้องปิดดีลให้ได้ภายในปีหน้า
“ขณะนี้เรามีบริษัทอยู่ในใจแล้ว 12 บริษัท โดยต้องการที่จะเข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการ นั่นหมายความว่าต้องมีหุ้นอย่างน้อย 50%” อาซี่ กล่าว
สำหรับธุรกิจประกันชีวิตที่จะได้มาในอนาคตจะอยู่ภายใต้กลุ่มศรีอยุธยา แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิง ชื่อเดิมคือ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย (AYUD)
หลังจากเข้าซื้อบริษัท บีที ประกันภัย 99.99% จากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เมื่อเดือน เม.ย. 2553 ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทดังกล่าวเป็น บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย และโอนธุรกิจประกันภัยจาก บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ไปยังบริษัทดังกล่าว โดยบริษัทใหม่มีเงินกองทุน 1,200 ล้านบาท และได้สัญญาการขายประกันภัยผ่านธนาคารซีไอเอ็มบี 10 ปี
พร้อมกับทำการปรับโครงสร้างใหม่ ดังนี้
บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ได้เปลี่ยนเป็น บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล ทำหน้าที่เป็นโฮลดิงคอมพานี หรือทำการลงทุน และยังคงจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ AYUD และได้คืนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันภัยให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งอยู่ระหว่างรอ คปภ.เซ็นอนุมัติเท่านั้น
บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จะเป็นผู้เข้าซื้อกิจการของบริษัทประกันชีวิต ซึ่งปัจจุบันมีเงินกองทุนประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท โดยมีกลุ่มอลิอันซ์จากเยอรมนีถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 16.84%
อาซี่ ยืนยันว่า ผู้ถือหุ้นเดิมพร้อมจะสนับสนุนให้แผนการเข้าซื้อกิจการประกันชีวิตของบริษัทบรรลุเป้าหมาย หากเงินที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะเข้าซื้อ บริษัทก็พร้อมจะใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามา
แม้ว่ากลุ่มอลิอันซ์จะมีบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต อยู่แล้ว แต่ยังต้องการขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นหากมีโอกาส เพราะตลาดประกันชีวิตและตลาดประกันภัยไทยมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมากในอนาคต
“ผมในฐานะคนทำงาน เรามองหาแนวทางที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น และจะไม่เป็นการแข่งขันกันเอง แต่จะเป็นต่างฝ่ายต่างก็ทำธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต” อาซี่ กล่าว
นอกจากนี้ ในฟากธุรกิจประกันวินาศภัยตั้งเป้าการเติบโตของบริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย ไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2554 ที่คาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรับประมาณ 2,500 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 18 จากบริษัทประกันภัยทั้งหมด 63 บริษัท
“เราต้องการที่จะขึ้นเป็นผู้เล่น 1 ใน 10 ของตลาด ฉะนั้นช่องทางใดที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ก็จะทำ ซึ่งเป็นไปได้ที่เราจะเข้าซื้อบริษัทประกันภัยเพิ่มอีก หากจังหวะและราคาเหมาะสม” อาซี่ กล่าว
แม้จะต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในตลาดประกันภัยและประกันชีวิต ติด 1 ใน 10 ในประเทศไทย แต่อาซี่ยืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่ภายใต้การทำธุรกิจที่มีกำไรอย่างยั่งยืน ไม่เน้นโตพรวดพราดและต้องสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นเช่นที่ผ่านมา







