
สินเชื่อพ.ย.โต0.6%
รายใหญ่ใช้เงินทุนหมุนเวียนเช่าซื้อรถยนต์หดแรงตามคาด
รายใหญ่ใช้เงินทุนหมุนเวียนเช่าซื้อรถยนต์หดแรงตามคาด
ธนาคารพาณิชย์ดีเกินคาด พ.ย.ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือน ต.ค. เกิดจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนเช่าซื้อรถยนต์หดตัว
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย. 2554 ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง ที่ฝ่ายวิจัยศึกษา (ยังขาดธนาคารกรุงไทย) มียอดสินเชื่อสุทธิหลังหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คงค้างเท่ากับ 5.61 ล้านล้านบาท เติบโตราว 0.6% จากเดือน ต.ค. แม้จะชะลอตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ว่าอาจจะถึงขั้นติดลบ จึงทำให้สินเชื่อสุทธิในช่วง 11 เดือน ยังเติบโตถึง 11.9% จากสิ้นปี 2553
ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่กลับขึ้นมาเป็นผู้นำการเติบโตของสินเชื่อสุทธิในเดือน พ.ย. นำโดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่เติบโตถึง 2.1% และ 1.5% จากเดือน ต.ค.ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่ที่ยังเห็นการเบิกใช้สินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มเช่าซื้อรถยนต์นำโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) มีสินเชื่อสุทธิที่ลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลจากความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่หดตัวลงไปมากในช่วงวิกฤตน้ำท่วม
ด้านเงินฝากรวมตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ในเดือน พ.ย. มียอดคงค้างที่ 6.08 ล้านล้านบาท ยังเติบโต 0.9% จากเดือน ต.ค. เนื่องจากการแข่งขันระดมเงินฝากและการออก บี/อี ที่ยังเป็นไปค่อนข้างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ในเดือน พ.ย. บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) TCAP และ SCB มีเงินฝากและเงินกู้ยืมเติบโตสูงสุด
“ฝ่ายวิจัยคาดว่าแนวโน้มผลงานไตรมาส 4 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะอ่อนตัวลงจากไตรมาส 3 จากผลกระทบของวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ทำให้สินเชื่อชะลอตัวลง รวมถึงการตั้งสำรองหนี้ที่สูงขึ้นของบางแห่ง อาทิ ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) และธนาคารทหารไทย (TMB)”
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว ตลาดคาดการณ์อยู่แล้ว โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 2554 ยังเติบโตถึง 33.1% เทียบกับปี 2553 โดยได้รับอานิสงส์จากในช่วง 9 เดือน สินเชื่อเติบโตถึง 10.9% และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตในเชิงรุก
ด้านแนวโน้มกำไรต่อหุ้นในปี 2555 ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะขยายตัวต่อเนื่องถึง 15% เพราะประหยัดภาษีได้ราว 8% จากมาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 23% จากเดิม 30% และการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานราว 7% ซึ่งเกิดจากสินเชื่อสุทธิโตต่อเนื่องอีก 10% ทั้งนี้ไม่รวมประเด็นสินเชื่อจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อป้องกันภัยพิบัติน้ำท่วม
ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยให้ BBL และ KBANK เป็นหุ้น Top Picks
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สินเชื่อโดยรวมเดือน พ.ย.ดีขึ้นมาจากสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการเกษตร และคาดว่ารวมทั้งปีนี้สินเชื่อจะขยายตัว 12.5% ลดลงเล็กน้อยจากในช่วง 11 เดือน ขยายตัว 16.6%







