
2 ม.ค.55 รฟท.บริหารจตุจักรเอง
จากปัญหาสัญญาการเช่าพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรกว่า 68 ไร่ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
โดย...วงศ์สุภัทร คงสวัสดิ์
จากปัญหาสัญญาการเช่าพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรกว่า 68 ไร่ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของที่ดิน และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้เช่า ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่า ร.ฟ.ท.จะเข้าไปบริหารจัดการเองทั้งหมด โดยในวันที่ 2 ม.ค. 2555 ร.ฟ.ท.จะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีส่งมอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ผู้กำกับดูแลนโยบายของ ร.ฟ.ท. ได้มอบหมายให้ ยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เป็นผู้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ ทั้งเรื่องงดเก็บค่าเช่าแผง 2 เดือน การตั้งบริษัทลูกเพื่อให้บริหารตลาดนัดจตุจักร ฯลฯ
ยุทธนา ย้ำว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ได้มีมติอนุมัติให้ ร.ฟ.ท. บริหารตลาดนัดจตุจักรต่อ หลังจากที่ กทม.หมดสัญญาเช่า โดยจัดตั้งบริษัทลูก ชื่อว่า บริษัท ตลาดนัดจตุจักร ร.ฟ.ท. ด้วยทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 50 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน และในวันที่ 27 ธ.ค. 2554 นี้ก็จะเสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติต่อไป
ขณะเดียวกันทาง ร.ฟ.ท.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 8 ชุด อาทิ คณะทำงานด้านสัญญา เจรจาค่าเช่า และทำสัญญา คณะทำงานด้านเก็บเงินรายได้ คณะทำงานด้านกฎหมาย คณะทำงานด้านรักษาความสะอาด เก็บขยะและน้ำประปา เพื่อบริหารจัดการเรื่องนี้ด้วย
นอกจากนี้ หลังจากหารือระหว่างฝ่ายบริหารและ พล.ต.ท.ชัจจ์ แล้ว จึงมีนโยบายชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ผู้ค้าในตลาดทั้งหมด มี 27 โครงการ 4 โซน เดือดร้อน รวมทั้งยังมีนโยบายได้ให้ของขวัญปีใหม่ กับผู้เช่าแผงตลาดนัดจตุจักรโดยยกเว้นการจัดเก็บค่าเช่าแผง 2 เดือน นับตั้งแต่ ร.ฟ.ท.เข้าไปบริหารในวันที่ 2 ม.ค. 2555 และต่อไปจะเน้นพัฒนาตลาดร่วมกัน
จะมีเหตุการณ์รุนแรงหรือมีม็อบมาปิดตลาดหรือไม่?
ผมเชื่อว่า จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะ 2 เดือนแรก ร.ฟ.ท.ยังไม่เก็บค่าเช่าแผง ส่วนที่เกรงว่าจะเกิดปัญหาความรุนแรงนั้น ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ และตำรวจท้องที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยแล้ว แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะเชื่อว่า ร.ฟ.ท.จะทำความเข้าใจกับผู้ค้าในตลาดนัดได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ระหว่างที่ทำความเข้าใจ ร.ฟ.ท.ก็จะดำเนินการตามกระบวนการจัดตั้งบริษัทลูก และแจ้ง ครม.รับทราบ เรื่องมติที่ประชุม ครม. ปี 2522 ด้วย เพราะมติ ครม.ในปีนั้น ร.ฟ.ท.ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว คือ จัดหาสถานที่ให้ผู้ค้า อีกทั้ง ร.ฟ.ท. ได้ปฏิบัติตามสัญญาทั้งหมด รวมทั้งการแจ้งขอคืนพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรด้วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ ร.ฟ.ท.รับมอบพื้นที่จาก กทม.นั้น อาจต้องแจ้งให้ กทม.เข้ามาจัดเก็บขยะเช่นเดิม แต่หาก กทม.ไม่พร้อมก็จะให้บริษัทเอกชน เข้ามาดำเนินการแทน ซึ่งเชื่อว่า การบริหารจะไม่มีปัญหา หรือเกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด เนื่องจากคณะทำงานทั้ง 8 ฝ่ายที่ตั้งขึ้นมา เหมือนยกผู้บริหารทั้ง ร.ฟ.ท.เข้ามาบริหารงานตลาดนัดจตุจักรอยู่แล้ว
“ที่มีหลายฝ่ายระบุว่า ร.ฟ.ท.ไม่มีประสบการณ์ในการทำตลาดนั้น ทาง ร.ฟ.ท.มีแนวทางพัฒนาตลาดนัดจตุจักรใหม่ ตลาดต้องอยู่ได้ เพราะ ร.ฟ.ท.และผู้ค้าด้วย อีกทั้งที่ตรงนี้เป็นที่ของ ร.ฟ.ท. และรัฐต่อรัฐด้วยกัน ยังไงที่ดินก็เป็นของ ร.ฟ.ท.”
สรุปแล้วอัตราค่าเช่าแผงในตลาดนัดจตุจักร ร.ฟ.ท.คิดเท่าไร
เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ต้องเจรจา ขึ้นอยู่กับทำเลและพื้นที่ โดยมีกรอบพื้นฐานว่า ราคาต้องไม่แพงเกินไป เรื่องราคาค่าเช่านั้นคาดว่า จะชัดเจนเมื่อมีการจัดตั้งบริษัทลูกแล้วเสร็จ โดยจะแบ่งเป็นโซนๆ เช่น ร้านค้าบริเวณปากทาง กับร้านค้าด้านในสุด เพราะบางครั้งมีผู้ค้าข้างนอกขายของเยอะไปหมด และข้างในไม่มีคนซื้อ ซึ่งเราต้องหารือร่วมกับผู้ค้าทั้งหมด
สำหรับการดำเนินการเรื่องนี้จะทำให้มีรายได้กลับสู่ ร.ฟ.ท.มากกว่าที่ได้รับจาก กทม.เพราะบริษัทปรึกษาได้ศึกษาว่า ร.ฟ.ท.จะมีรายได้ 1,600 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่าย 35% จะเหลือเงิน 1,100 ล้าน แต่ไม่ใช่ว่าปีแรก ร.ฟ.ท.จะมีรายได้มากขนาดนั้น แต่หากปี 2555 น่าจะได้รายได้มากกว่าที่ได้รับจาก กทม.ปีละเพียง 24 ล้านบาท โดย ร.ฟ.ท.ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
ช่วง 2 เดือนที่เปิดให้ผู้ค้าขายฟรีนั้น ร.ฟ.ท.เสียรายได้หรือไม่
ถือว่าไม่เสียรายได้ เพราะ กทม.ได้ให้ค่าตอบแทน ร.ฟ.ท.น้อย แต่ในระยะยาว ร.ฟ.ท.มองว่าการเข้าไปบริหารนัดจตุจักรเองจะทำให้ ร.ฟ.ท. มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างคุ้มค่า มากกว่าที่ กทม.จ่ายค่าตอบแทนมา เพราะหากเปรียบเทียบค่าเช่าที่ กทม.จ่าย เป็นรายเดือนนั้น คิดเป็นค่าเช่าตลาดนัดจตุจักรเดือนละ 2 ล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ ในอนาคต ร.ฟ.ท.จะพัฒนาพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรให้ทันสมัย สะอาด สะดวก ปลอดภัย โดยยึดหลักในการพัฒนาร่วมกันระหว่าง ร.ฟ.ท.และผู้ค้าหรือผู้เช่าแผงค้า ว่าจะต้องแก้ไขปรับปรุงในส่วนใดบ้าง พร้อมทั้งดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.ท.ชัจจ์ ในการพัฒนาเป็นวอล์กกิงสตรีต เทียบเท่าตลาดในต่างประเทศ
นั่นคือนโยบายทิศทางการบริหารตลาดนัดจตุจักร อย่างเป็นทางการของเจ้าของพื้นที่ตัวจริงอย่าง ร.ฟ.ท.ซึ่งต้องมาติดตามดูว่า หลังจากวันที่ 2 ม.ค.แล้ว ทางกลุ่มผู้ค้าและกลุ่มที่เสียประโยชน์ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งอีกไม่นานก็จะได้รู้กัน







