
กอน.เคาะค่าอ้อยเพิ่ม 154 บาทต่อตัน
กอน.มีมติเพิ่มค่าอ้อยให้ชาวไร่ 154 บาทต่อตัน กู้เงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2553/2554 ให้โรงงานน้ำตาลทดลองจ่ายที่ราคา 1,047 บาทต่อตัน
กอน.มีมติเพิ่มค่าอ้อยให้ชาวไร่ 154 บาทต่อตัน กู้เงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2553/2554 ให้โรงงานน้ำตาลทดลองจ่ายที่ราคา 1,047 บาทต่อตัน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกอน. ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการเพิ่มราคาอ้อยให้ชาวไร่ในจำนวน 154 บาทต่อตัน จากที่ชาวไร่ร้องขอที่ 200 บาทต่อตัน ซึ่งเมื่อรวมราคาอ้อยขั้นต้นปี 2554/2555 ที่กอน.เคาะไว้ในเบื้องต้นที่ 1,000 บาทต่อตัน ชาวไร่จะได้รับราคาอ้อยขั้นต้นที่ระดับ 1,154 บาทต่อตัน ค่าความหวานเฉลี่ย 10 ซี.ซี.เอส. โดยกอน.จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) พิจารณาต่อไป ก่อนจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
ทั้งนี้ หากมีการเพิ่มค่าอ้อยให้ 154 บาทต่อตัน กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจะต้องขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวงเงิน 1.54 หมื่นล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย เพื่อมาจ่ายค่าส่วนเพิ่ม โดยกองทุนฯ จะเป็นผู้ไปทำแผนการชำระหนี้ ขณะที่หนี้เก่าของฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 ที่จ่ายค่าส่วนเพิ่มให้แก่ชาวไร่ 105 บาทต่อตัน วงเงินกู้รวม 1.02 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะชำระหนี้หมดภายในเดือนก.พ. 2555
ส่วนเรื่องการยกเลิกการเก็บเงิน 5 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากที่มีการชำระหนี้หมดแล้ว คงจะต้องเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาต่อไป เพราะกองทุนฯ ก็จะมีหนี้ก้อนใหม่เพิ่มมาอีก จากการจ่ายค่าอ้อยเพิ่มให้ชาวไร่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2553/2554 โดยมีมติให้โรงงานทดลองจ่ายเงินค่าอ้อยแก่ชาวไร่ไปก่อนในราคา 1,047 บาทต่อตัน จากราคาอ้อยขั้นต้นที่ 945 บาทต่อตัน เพื่อให้กระบวนการดำเนินการต่อไปได้ก่อน และได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร (กบ.) ไปพิจารณาเรื่องการคำนวณราคากากน้ำตาล (โมลาส) ใหม่ ให้เสร็จภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ เนื่องจากยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะนำราคาโมลาสเข้ามาคำนวณในราคาอ้อยขั้นสุดท้ายหรือไม่ โดยในส่วนของชาวไร่ต้องการให้นำมาคำนวณเพิ่มเพราะเป็นรายได้ที่เป็นผลผลิตต่อเนื่องจากอ้อย และจะทำให้ราคาเพิ่มอีก 8-9 บาท แต่ทางด้านโรงงานน้ำตาลไม่ต้องการให้นำมาคำนวณ เนื่องจากเป็นราคาที่มาจากการลงทุนของโรงงาน
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า เพิ่มค่าอ้อย 154 บาทต่อตัน ชาวไร่ยอมรับได้ แม้ว่าจะเสนอขอไป 200 บาทต่อตัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวไร่กังวลมากกว่าเรื่องราคาอ้อย คือ ปริมาณอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2554/255 ที่อาจจะไม่ได้ปริมาณมากตามที่คาดไว้ที่ 99 ล้านตัน เนื่องจากอ้อยเหนือ และอีสานแช่น้ำนานอ้อยอาจได้รับความเสียหาย ขณะที่อ้อยในภาคกลางเจอภัยแล้ง ปริมาณอ้อยน้อย นอกจากนี้คุณภาพอ้อยยังอาจจะด้อยลง ค่าความหวานลดลง โดยปริมาณอ้อยอย่างมากน่าจะอยู่ที่ 90-95 ล้านตัน เท่ากับในฤดูกาลผลิตที่แล้ว







