
พาณิชย์ป้องอคส.ไร้ทุจริตขายข้าว
พาณิชย์ อัดกลับ ผู้ส่งออกเสียประโยชน์ประมูลข้าวขายอินโดฯ พลาดหวังเลยป่วนสร้างกระแสทุจริต
พาณิชย์ อัดกลับ ผู้ส่งออกเสียประโยชน์ประมูลข้าวขายอินโดฯ พลาดหวังเลยป่วนสร้างกระแสทุจริต
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จะไม่เข้าไปทบทวนกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยทำหนังสือร้องเรียนองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดประมูลข้าวขาว 5% จำนวน 3 แสนตัน เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลอินโดนีเซียไม่โปร่งใส เพราะเรื่องดังกล่าวทำไปตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนแล้ว หากสามารถขายข้าวได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน ก็ไม่ขัดข้อง เพราะ อคส.เป็นรัฐวิสาหกิจสามารถทำธุรกิจได้ และการขายข้าวครั้งนี้ก็ไม่ได้นำข้าวสต๊อกรัฐบาลมาดำเนินการ แต่ อคส.ต้องไปซื้อข้าวในตลาดมาส่งมอบเอง
ขณะที่วิธีหาข้าวส่งมอบให้อินโดนีเซีย อคส.ได้เปิดประมูลข้าวล็อตดังกล่าวตามขั้นตอนปกติ โดยมีการเจรจากับเอกชนหลายราย ไม่ใช่แค่ 2 รายตามที่เป็นข่าว ทางอินโดนีเซียได้จัดส่งรายชื่อที่อินโดนีเซียเชื่อถือมาให้ อคส. และ อคส.ได้มีการติดต่อเจรจาไปทั้งหมด
รายชื่อบางราย อคส.ไม่สามารถทำงานด้วยได้ เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ ส่วนรายที่เหลือได้ติดต่อไป แต่มีผู้เสนอราคาต่ำเพียงรายเดียว อคส.ก็ต้องเลือกรายที่เสนอราคาต่ำเข้ามาทำงาน
คนที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องดังกล่าวไม่อยากไปโทษ เพราะที่ผ่านมาผู้ที่ร้องเรียนคงอยู่กับประเทศที่มีการทุจริตมานาน ดังนั้นคนที่ร้องโดยเฉพาะผู้ส่งออกก็ไม่ได้มีทัศนคติที่ดีต่อนโยบายของภาครัฐ ถ้าอยากทำงานร่วมกันก็ต้องปรับทัศนคติใหม่ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมทำงานร่วมด้วยกับทุกฝ่าย
พร้อมกันนี้ เตรียมผลักดันให้ อคส.เข้าไปทำการซื้อสินค้าเกษตรในท้องตลาดแข่งกับพ่อค้าตามนโยบายของรัฐ ซึ่งไม่ใช่แค่สินค้าข้าว แต่ทุกสินค้าที่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาพ่อค้ามักจะคิดว่าช่วงที่ผลผลิตออกมามาก รัฐบาลไม่แทรกแซงก็สามารถกดราคารับซื้อได้ แต่จากนี้ไปไม่ได้จะให้ อคส.เข้าไปซื้อแข่งและทำกำไร
รายข่าวงานจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา อคส.ได้เปิดประมูลข้าวขาว 5% จำนวน 3 แสนตัน โดยมีผู้ประกอบการที่รู้แค่ 2 ราย คือ บริษัท สยามอินดิก้า และบริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว และเปิดซองในวันเดียวกัน โดยสยามอินดิก้าชนะประมูล ต่อมาสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้ทำหนังสือถึงนายกิตติรัตน์ เพื่อขอให้ตรวจสอบเพราะเห็นว่าไม่โปร่งใส
ข้าวล็อตดังกล่าวเป็นการเจรจาขายในสมัยที่นายอนุกูล แต้มประเสริฐ เป็นผู้อำนวยการ อคส. มีนางพรทิวา นาคาศัย เป็น รมว.พาณิชย์ ขายไปในราคาตันละ 559 เหรียญสหรัฐ ถือเป็นราคาที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับราคาในปัจจุบัน และเมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ นายกิตติรัตน์เคยระบุในช่วงแรกว่าจะไม่อนุมัติขาย เพราะไม่ได้เป็นสัญญา เป็นแค่เอ็มโอยู แต่หลังจากถูกรัฐบาลอินโดนีเซียกดดันว่าผิดสัญญา ทำให้ต้องขาย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบไปยังกรมศุลกากร พบว่า บริษัท สยามอินดิก้า เป็นผู้ส่งออกข้าวสำคัญไปยังอินโดนีเซียจริง และติดอันดับ 6 จากผู้ส่งออกที่เป็นคู่ค้าสำคัญกับอินโดนีเซียมีทั้งหมด 20 ราย เช่น แคปปิตัลซีเรียลส์ เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ พงษ์ลาภ ซี.พี.อินเตอร์เทรด แต่บริษัทเหล่านี้กลับไม่มีใครทราบเรื่อง มีเพียงบริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว เข้าแข่ง แต่ไม่ใช่ผู้ส่งออกรายใหญ่ในตลาดอินโดนีเซีย







