posttoday
บทเรียนอุทกภัยสู่การตั้งรับโรงงานอุตฯ

บทเรียนอุทกภัยสู่การตั้งรับโรงงานอุตฯ

21 ธันวาคม 2554

จากความเสียหายของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม

จากความเสียหายของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

จากความเสียหายของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม จนขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูโรงงานเพื่อให้สามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้อีกครั้ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จัดเสวนา “จากบทเรียนวิกฤตอุทกภัยปี 2554 สู่แนวทางการรับมือและป้องกันน้ำท่วมโรงงาน” เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูโรงงานหลังน้ำท่วมให้กับผู้ประกอบการ

เจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า หากประเมินจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา พบว่ายังมีปัญหาสำคัญมากมายที่เป็นข้อบกพร่อง และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการเรียนรู้ เตรียมป้องกันอย่างทันท่วงที เริ่มต้นจากปัญหาแรก คือ ข้อมูลข่าวสาร การเตือนภัย ที่มีหลากหลาย จนสร้างความสับสนให้แก่ผู้ประกอบการ เกิดการเตรียมความพร้อมที่สะเปะสะปะ ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือว่าสอบตก ไม่สามารถประสานความร่วมมือกันเพื่อทำงานได้ โดยทุกหน่วยงานจำเป็นต้องมีข้อมูลเดียวกันร่วมกัน และช่วยกันตัดสินใจ เพื่อให้มีการเตรียมการหรือแก้ไขปัญหาไปทิศทางเดียวกัน ขณะที่การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ เช่น กระสอบทราย ปั๊มน้ำ เครื่องสูบน้ำ กลายเป็นสินค้าขาดแคลนในช่วงน้ำท่วม แม้กระทั่งรัฐบาลเองก็มีไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

การเตรียมความพร้อมเรื่องการอพยพ ยังอยู่ในระดับที่ไม่ทันท่วงที ยังดีที่มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาให้ความช่วยเหลือทั้งกำลังคนและยานพาหนะ ซึ่งแผนการอพยพควรจะมีการเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมสูงแล้วถึงอพยพคนออกจากพื้นที่ และสุดท้าย เรื่องโลจิสติกส์การขนส่ง ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ประกอบการที่วางแผนเส้นทางขนส่งรอง หรือเส้นทางขนส่งทางเลือกในการขนส่งสินค้า เมื่อเส้นทางคมนาคมหลักถูกปิด จึงส่งผลให้การขนส่งติดขัด ทั้งการขนส่งสินค้า วัตถุดิบต่างๆ ออกจากโรงงานในพื้นที่น้ำท่วม สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงยังส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภค เพราะสินค้าไม่สามารถขนจากโรงงานหรือโกดังเก็บสินค้าออกมาวางขายในตลาดได้

“ความบกพร่องเหล่านี้ทำให้เกิดความเดือดร้อน และความเสียหายในมูลค่ามากมาย ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้ทุกเรื่องควรได้รับการแก้ไข ทั้งในระดับโรงงาน ผู้ประกอบการที่ต้องเตรียมรับมือด้วยตัวเอง และระดับรัฐบาลที่ต้องแก้ไขปัญหาในภาพรวม และถ้าปัญหาไม่ถูกแก้ไขอย่างทันท่วงที ก็ควรเตรียมกระสอบทรายและเรือเอาไว้ให้พร้อม”

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรหมั่นตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ว่ามีรายละเอียดอย่างไร และครอบคลุมความเสียหายอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญมาก เพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้รายละเอียด เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน เช่น ความเสียหายครอบคลุมเฉพาะส่งที่อยู่ในพื้นที่อาคารเท่านั้น ดังนั้นสิ่งของที่มีมูลค่าสูงและอยู่นอกอาคาร ก็ควรนำมาไว้ในอาคาร เป็นต้น

วิชัย พฤกษ์ธาราธิกูล ประธานคณะอนุกรรมการระบบไอน้ำ หม้อน้ำ คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) กล่าวว่า การป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม ประกอบด้วยปัจจัยภายนอกโรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรมที่ควบคุมได้ยาก แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ไว้ เพื่อให้ทราบสถานการณ์และลดผลกระทบ ได้แก่ ความสามารถในการรองรับน้ำฝน และน้ำที่ผ่านแม่น้ำลำคลอง การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ภูมิประเทศที่ตั้งโรงงาน และนิคมฯ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล เป็นต้น

ปัจจัยภายในโรงงาน และนิคมฯ สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ปัจจัยภายนอกมาประกอบการตัดสินใจ ได้แก่ 1.การสร้างสิ่งถาวรป้องกันน้ำ เช่น กำแพงกั้นน้ำ เขื่อนกั้นน้ำหรือถมดิน ซึ่งการก่อสร้างควรใช้หลักการทางวิศวกรเข้ามาช่วย เพื่อความแข็งแรงและความเหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ โดยความสูงต้องสูงกว่าระดับน้ำในปี 2554 อย่างน้อย 50 เซนติเมตร รวมทั้งต้องมีการบำรุงรักษาให้มีสภาพคงเดิมทุกปี

2.การบริหารจัดการน้ำเมื่อเข้าท่วมในพื้นที่ จัดการคูคลอง ทางระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ และมีการขุดลอกเป็นประจำ จัดเตรียมระบบสูบน้ำออกจากพื้นที่ให้เพียงพอ และจัดตั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ไว้ในที่สูง 3.การอพยพ ควรจัดทำล่วงหน้า ทั้งแผนอพยพก่อนน้ำท่วม ขณะน้ำท่วม และหลังน้ำท่วม โดยจัดเตรียมเส้นทางและสถานที่อพยพไว้ให้พร้อม

4.การบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟู ต้องจัดทำแผนต่างๆ ไว้ล่วงหน้า เช่น การเก็บกวาดสถานที่ การฟื้นฟูระบบน้ำ ไฟฟ้า เครื่องจักร กระบวนการผลิต การเตรียมความพร้อมพนักงาน ฟื้นฟูระบบน้ำ ไฟฟ้า เป็นต้น ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรเข้ามาสนับสนุนในเรื่องมาตรการฟื้นฟู เพื่อให้เอกชนได้ดำเนินการเร็วขึ้น เช่น มีความช่วยเหลือด้านการเงิน ลดภาษี ขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์ หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ลดค่าธรรมเนียมยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนเงินทดแทนและประกันสังคม หรือผ่อนปรนมาตรการที่กำกับดูแล เช่น การต่อใบอนุญาต และ 5.การประกันภัยน้ำท่วม ผู้ประกอบการควรกำหนดการประกันภัยให้ครอบคลุมเรื่องน้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ

อาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสำรวจของกรมโรงงานฯมีโรงงานที่ได้รับความเสียหายจำนวน 7,510 โรง จาก 48 จังหวัด มูลค่าความเสียหาย 2.3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายจากเครื่องจักร 8.6 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นความเสียหายในด้านวัตถุดิบ สินค้าระหว่างการผลิต และสินค้าผลิตสำเร็จแล้ว โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งในด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การลดค่าธรรมเนียมโรงงาน และมาตรการอื่นๆ ผู้ประกอบการที่จะสามารถเข้าสู่มาตรการความช่วยเหลือได้ จะต้องเข้ามาลงทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมก่อน 

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี