
ธนวัฒน์ พานิชเกษม ย้ายรังไปบลจ.ไทยพาณิชย์
“ธนวัฒน์ พานิชเกษม” กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
“ธนวัฒน์ พานิชเกษม” กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
โดย..เจียรนัย อุตะมะ
ภัทร หลังจากทำงานที่นี่ได้นานกว่า 4 ปี วันที่ 4 ม.ค. 2555 เตรียมย้ายงานไปเป็นรองกรรมการผู้จัดการกองทุนหุ้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ แทน “โศภนา เจนบวร” ที่ลาออกไป
จังหวะที่เขาตัดสินใจย้ายค่ายนี้ บริษัทแม่ของ บล.ภัทร คือ บริษัท ทุนภัทร (PHATRA) อยู่ในระหว่างรวมกิจการกับธนาคารเกียรติ นาคิน (KK) อยู่พอดี แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เลย
“ได้รับการทาบทามจากคุณโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นคนชวน ผมเห็นว่างานท้าทายดีก็เลยตกลงใจที่จะไป” ธนวัฒน์ กล่าว
4 ปีที่ บล.ภัทร “ธนวัฒน์” ประสบความสำเร็จในหน้าที่เป็นอย่างดี จากการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ทั้งหุ้นกู้อนุพันธ์และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงหุ้นสามัญ (DW) ล่าสุดปีนี้ออกไปแล้วประมาณ 12 คู่
ปี 2553 บล.ภัทร เริ่มออก DW อ้างอิงหุ้น ปตท. (PTT) โดยออกทั้งขาขึ้น (PTT 06 CA) และขาลง (PTT 06 PA) ซึ่ง PTT 06 PA DW อ้างอิงหุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL 01 PA) และ DW อ้างอิงหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) 01 PA ออกมาช่วงปลายปี 2553
การออก DW คู่แรกช่วงปลายปี 2553 ต่อเนื่องปี 2554 เนื่องจากเชื่อว่าตลาดหุ้นปี 2554 มีความผันผวน จึงเตรียมการให้นักลงทุนได้มีช่องทางเลือกในการลงทุน ซึ่ง DW อ้างอิงหุ้นขาลง (PUT) ไม่ค่อยมีและไม่นิยม
ก่อนหน้าจะมาทำงานที่ บล.ภัทร ธนวัฒน์ เขาเคยเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ตราสารอนุพันธ์) บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจตราสารอนุพันธ์ให้ บล.แห่งนี้ จนกระทั่งครองแชมป์มูลค่าการซื้อขายตราสารอนุพันธ์สูงสุดในตลาดซื้อขายอนุพันธ์ (ประเทศไทย) ก่อนตัดสินใจย้ายค่ายไปเป็นรองกรรมการผู้จัดการ ด้านการลงทุนในหลักทรัพย์ บล.ภัทร
หน้าที่ใหม่ที่ได้รับช่วงเริ่มต้นที่ บล.ภัทร คือ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านตลาดทุนขายให้ลูกค้า โดยเริ่มจากสินค้าประเภทหุ้นก่อน และในอนาคตสินค้าอาจครอบคลุมมากขึ้น
ในตอนนั้นเขาได้รับการทาบทามจาก “สุวิทย์ มาไพศาลสิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร มานาน จนอิ่มตัวในงานที่ทำอยู่จึงตัดสินใจย้ายค่าย
ธนวัฒน์ ได้สร้างสถิติให้ธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บล.เคจีไอ ครองแชมป์มาตลอดนับตั้งแต่เปิดตลาดเป็นต้นมา
ทำให้ บล.เคจีไอ บริษัทลูกของกลุ่มคูส์ที่ติดอันดับ 10 มูลค่าซื้อขายอนุพันธ์สูงสุดในไต้หวันจาก 70 โบรกเกอร์ ที่ค้าอนุพันธ์ในไต้หวัน กลายเป็นที่หนึ่งในประเทศไทย
บล.เคจีไอ เตรียมตัวมานานนับตั้งแต่ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX มีแนวคิดจะจัดตั้ง
“ตอนนั้นมีการผลักดันให้เกิดตราสารทุนใหม่ๆ โดยตลาดมีแนวคิดตั้งแต่ปี 2539 ที่จะให้โบรกเกอร์ลงขันตั้งตลาดนี้ มีการจัดอบรม ดูงานที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมก็ไปด้วย เขาให้โบรกเกอร์ละ 3 คนเข้าร่วม เคจีไอส่งคนไปถึง 6 คน”
แต่จนแล้วจนรอด ตลาดอนุพันธ์ก็ไม่สามารถเกิดได้ เพราะติดวิกฤตปี 2540 ส่งผลให้หลายโบรกเกอร์ที่เตรียมตัวพร้อมล้มเลิกความตั้งใจไปหลายแห่ง แต่ บล.เคจีไอ กลับซุ่มปรับโครงสร้างภายในเพื่อรองรับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งตลาดจัดตั้งได้เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา
เป็นที่แน่นอนว่า ผู้ที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการเตรียมตัว คือ ธนวัฒน์ ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายค้าหลักทรัพย์และอนุพันธ์ นอกจากเตรียมคนภายในแล้ว เขายังเข้าร่วมเป็นวิทยากรในการเผยแพร่ความรู้ด้านนี้ของบริษัท อนุพันธ์ (ประเทศไทย) และของสถาบันพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
ปี 2546 บล.เคจีไอ เป็นโบรกเกอร์รายแรกที่ได้ใบอนุญาตให้ทำธุรกรรมด้านอนุพันธ์นอกตลาด เช่นเดียวกับความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานของ ธนวัฒน์ ที่ได้รับการโปรโมตเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายค้าหลักทรัพย์และอนุพันธ์ จนกระทั่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
ธนวัฒน์ จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจัดว่าเป็นลูกหม้อของ บล.เคจีไอ เพราะทำงานใน บล.แห่งนี้ตั้งแต่ยังเป็น บล.เอกธำรง ซึ่งเป็นของคนไทย ภายหลังกลุ่มคูส์ ไต้หวัน เข้ามาร่วมทุน และกลายเป็นของกลุ่มคูส์ ก่อนที่จะมีความขัดแย้งระหว่างผู้บริหาร และแตกออกเป็น 2 บริษัทคือ บล.เคจีไอ และ บล.ทรีนีตี้
เหตุผลที่ทำให้ชายผู้นี้เชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์มาก เนื่องมาจากประสบการณ์อันยาวนานและต่อเนื่อง ที่สนับสนุนเริ่มตั้งแต่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ส่วนปริมาณวิเคราะห์ สถาบันวิจัยเอกธำรง บล.เอกธำรง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรการเงิน จนกระทั่งกลายเป็นผู้อำนวยการฝ่ายค้าหลักทรัพย์และอนุพันธ์ บล.เคจีไอ
ธนวัฒน์ เชื่อว่าก่อนการลาออกได้ทำหน้าที่ในเคจีไออย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยการเตรียมความพร้อมซื้อขายผลิตภัณฑ์ใหม่ SET 50 Index Options ในบริษัท อนุพันธ์ (ประเทศไทย) ที่เพิ่งเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2550 ที่ผ่านมา จากที่ซื้อขายผลิตภัณฑ์ SET 50 Index Futures อยู่แล้ว
นอกเหนือจากงานที่เขาเพิ่งเปลี่ยนใหม่ที่ต้องทุ่มเทกับงานที่ท้าทายมากขึ้น แต่หน้าที่ในฐานะพ่อของลูกของ ธนวัฒน์ คงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
นั่นคือวันหยุดสุดสัปดาห์ยังพาลูกสาวและลูกชายวัย 11 ขวบ และ 13 ปี ตามลำดับ ไปเรียนพิเศษ เรียนดนตรี ตีแบดมินตัน หรือบางครั้งไปเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าบ้าง
เก่งอย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจถ้าจะถูกทาบทามให้ไปทำงานในองค์กรใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ







