
ธปท.จับตาบาทเริ่มอ่อนค่าหนัก
ธปท.ยอมรับห่วงปัญหายูโรกระทบเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาทผันผวน จับตาใกล้ชิดหลังบาทอ่อนหลุดกรอบ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ธปท.ยอมรับห่วงปัญหายูโรกระทบเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาทผันผวน จับตาใกล้ชิดหลังบาทอ่อนหลุดกรอบ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปี 2555 ประเด็นที่จะเป็นความกังวลในตลาดการเงินมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในยุโรป ภาวะดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าออกผันผวนในช่วงสั้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคอาเซียน แต่ไม่ถึงขั้นทำให้การค้าและการลงทุนเสียหาย เพราะค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปกับสกุลเงินในภูมิภาคได้ ไม่เสียเปรียบการค้าและการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป
“ปัญหาในยุโรปทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนในช่วงสั้น หลายประเทศมีเงินทุนต่างชาติไหลออก รวมทั้งไทย แต่ไทยยังถือว่าไหลออกไม่มากนัก โดยไหลออกจากทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น แต่ไทยถือว่ากระทบไม่มาก เพราะได้เงินทุนไหลเข้าจากการไหลเข้ามาของเงินบริษัทประกันจากต่างประเทศที่เข้ามาจ่ายชดเชยน้ำท่วมช่วงที่ผ่านมา ช่วยลดความผันผวนทำให้เงินทุนไหลเข้าออกสมดุลมากขึ้น ค่าเงินบาทจึงไม่ผันผวนมากนัก” นายสิงห์ชัย กล่าว
นายสิงห์ชัย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงนี้มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามภูมิภาคสกุลเงินต่างประเทศและตามเงินยูโร อย่างไรก็ตาม การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงหลุดกรอบ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็มีผลทางจิตวิทยาทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องบ้าง แต่ยังถือว่าผันผวนไม่มากนัก เพราะผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งส่งออกและนำเข้าปรับตัวรับมือได้ดีขึ้น สะท้อนจากการที่ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงต่อวันระดับ 30-40 สตางค์ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าก็ยังไม่บ่น จากเดิมที่ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงเพียง 10 สตางค์ต่อวัน ผู้ประกอบการจะโทรศัพท์มาต่อว่าที่ ธปท.แล้ว
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทในปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.30-31.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับอ่อนค่าลงจากต้นปีที่ผ่านมาประมาณ 5% กว่า และมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงไปอีก







