
สร้างบ้านวิกฤตแรงงานขาด
เอกชนปรับตัวรับค่าจ้างแพงชี้อุทกภัยทุบตลาดทรุด25%
เอกชนปรับตัวรับค่าจ้างแพงชี้อุทกภัยทุบตลาดทรุด25%
บิ๊กรับสร้างบ้านคาดปีหน้าแรงงานขาดแคลนหนัก ดันค่าจ้างแพง พร้อมระบุน้ำท่วมทุบตลาดหดตัว 25%
นายศักดา โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการขาดแคลนแรงงานในปี 2555 จะวิกฤตมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่แรงงานภาคก่อสร้างจำนวนมากต้องกลับถิ่นฐานเดิมในช่วงน้ำท่วม และคาดว่าบางส่วนจะอยู่ทำการเกษตรต่อเนื่อง เพราะราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ประกอบกับนโยบายรับจำนำข้าวยังกระตุ้นให้แรงงานส่วนหนึ่งกลับไปทำการเกษตรเช่นเดิม
ปัจจัยดังกล่าวมีผลยิ่งทำให้ค่าแรงในปี 2555 ขยับสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะกลุ่มช่างผู้มีฝีมือ และกลุ่มแรงงานที่ได้รับค่าจ้างอยู่ที่วันละ 300 บาทอยู่แล้ว อีกทั้งการปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน เริ่มวันที่ 1 เม.ย. 2555 ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ค่าจ้างสองกลุ่มที่กล่าวถึงต้องปรับขึ้นด้วย
ดังนั้น ในปี 2555 บริษัทต้องปรับตัวด้วยการก่อสร้างบ้าน 1 หลังให้เร็วขึ้น ตั้งเป้าบ้านขนาด 200 ตร.ม. ต้องลดเวลาสร้างเหลือเพียง 67 เดือนเท่านั้น จากปัจจุบันใช้เวลานานถึง 810 เดือน เพื่อลดการใช้แรงงานลง ซึ่งนอกจากจะแก้เรื่องแรงงานขาดได้แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนได้ 1%
ด้านนายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรับสร้างบ้าน สมาคมจึงได้ปรับประมาณการมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านปี 2554 จากเดิมประเมินว่ามูลค่าตลาดรวม 1.1 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือ 8,200-8,300 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลดลงประมาณ 25% เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวรุนแรง โดยเฉพาะในเขต กทม.และปริมณฑล
ทั้งนี้ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมูลค่าตลาดจะลดลงเหลือเพียง 5,500-5,600 ล้านบาท จากประเมินการเดิม 8,000 ล้านบาท ส่วนในต่างจังหวัดลดเหลือ 2,700 ล้านบาท จากประมาณการเดิมอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีแรกของปี 2555 เนื่องจากความวิตกของผู้บริโภคที่มีต่อปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้อีกในปี 2555
ขณะที่ยอดขายและรายได้ของผู้ประกอบการแต่ละรายจะหดหายไม่น้อยกว่า 36 เดือน โดยเฉพาะรายที่อยู่ในเขต กทม.และปริมณฑล ซึ่งผลกระทบทางการเงินจะปรากฏชัดเจนในอีก 23 เดือนข้างหน้า แต่กลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านยังพอมีทางออก โดยต้องปรับตัวรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ เช่น หันมารับงานซ่อมแซมบ้านหรือโรงงานที่มีอยู่จำนวนมากในช่วง 13 เดือนข้างหน้านี้ หรือขยายการรับงานสร้างบ้านออกไปในต่างจังหวัด เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านในปี 2555 โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 1 6 เดือนแรก คาดว่าความต้องการสร้างบ้านจะยังชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้เกิดจากความไม่มั่นใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับภัยธรรมชาติหรือภัยน้ำท่วม สำหรับในครึ่งปีหลังคงต้องประเมินอีกครั้ง แต่เชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับสู่ภาวะปกติ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำขึ้นอีกในปีหน้า
ในปี 2555 ธุรกิจรับสร้างบ้านจะมีการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำหลายรายจะขยับรุกตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะตลาดรับสร้างบ้านกทม.หดตัว และแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดยังมีโอกาสขยายตัวและการแข่งขันที่น้อยกว่า
นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างยอดขายในพื้นที่ใหม่มาชดเชยกับตลาดเดิมที่ขนาดเล็กลง และเพื่อแข่งขันชิงความเป็นผู้นำตลาดต่างจังหวัดและทั่วประเทศ ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จะหันมาสร้างบ้านสำรองหลังที่ 2 ในต่างจังหวัด ตลอดจนการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องมาจากสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น และจะส่งผลประชาชนมีรายได้สูงขึ้น และมีความต้องการที่อยู่อาศัยหลังใหม่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สมาคมคาดาการณ์ว่า ในปี 2555 ธุรกิจรับสร้างบ้านจะมีส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 88.5% หรือประมาณ 9,6001 หมื่นล้านบาทเศษ จากมูลค่าตลาดรวม 1.2 แสนล้านบาท







