posttoday
ผลตอบแทนทีไร้ความเสี่ยงหรือความเสี่ยงที่ไร้ผลตอบแทนกันแน่

ผลตอบแทนทีไร้ความเสี่ยงหรือความเสี่ยงที่ไร้ผลตอบแทนกันแน่

20 ธันวาคม 2554

ปีเถาะใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ผมขอใช้โอกาสนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำ

ปีเถาะใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ผมขอใช้โอกาสนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำ

โดย..ธีระ ภู่ตระกูล 

ซึ่งส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของเรา หลังจากเกือบจะเกิดกรณีอนาธิปไตยในปี 2553 ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ ชั้นในตกอยู่ภายใต้การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปี 2554 ควรจะเป็นปีที่เราปรองดองกันและเป็นปีที่การเมืองมีความมั่นคงมากขึ้นภายหลังจากที่ประชาชนได้แสดงความเห็น

ในการเลือกตั้งใหญ่ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนถึงมหาอุทกภัยในเดือน ต.ค. ซึ่งทำให้นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในภาคกลางและพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนบนต้องจมอยู่ใต้น้ำ

หลายคนกำลังคิดว่า ประเทศไทยจะรับได้อีกแค่ไหนและเมื่อไรโชคร้ายของประเทศจะจบลง นอกจากนี้ภัยพิบัติจากสึนามิและวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นและปัญหาหนี้สาธารณะที่ไม่มีที่สิ้นสุดในยุโรป ทำให้เรารู้สึกอารมณ์หดหู่แบบไม่มีที่สิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีนี้ไม่ได้ถ่ายเทไปถึงตลาดหุ้นของไทย ในช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความนี้ (7 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) อยู่ที่ 1,046 จุด ลดลงแค่ร้อยละ 0.7 จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นตลาดหุ้นที่มีผลดำเนินการที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในช่วงเวลาดังกล่าว และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทย เมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นปีที่มีการจลาจลในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ดัชนี SET จบปีด้วยผลตอบแทนที่ร้อยละ 40 บางครั้งเราต้องหลีกเลี่ยงและหยุดเชื่อการพาดหัวข่าวที่ตื่นเต้นในหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เพียงแต่ต้องการทำให้ยอดขายสูงขึ้น และในเกือบทุกกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้แย่อย่างที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ตัวอย่างคือ ลองสังเกตประมาณการความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัย มหาวิทยาลัยบางแห่งคาดว่าความเสียหายจะอยู่ในระดับ “ล้านล้านบาท” บางครั้งผมรู้สึกว่าคณาจารย์เหล่านี้ควรจะกลับไปเรียนวิชาคณิตศาสตร์อีกครั้ง เพราะพวกเขาคงจะไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของเงินจำนวนล้านล้านบาท ผมสังเกตว่า สถาบันวิจัยเหล่านี้พยายามเอาชนะสถาบันอื่นๆ โดยการแข่งกันว่าใครสามารถนั่งเทียนตัวเลขที่สูงกว่า

ส่วนในประเทศอื่นรอบโลก สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีนัก เป็นที่รับทราบกันว่าตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปจะต้องเผชิญกับภาวะถดถอยในปีนี้ ดัชนี DJ Stoxx 50 ตกลงกว่าร้อยละ 16 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจ คือ ดัชนี MSCI Emerging Market Index ตกลงมากกว่าที่ร้อยละ 17 ถึงแม้ว่าประเทศดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับภาวะวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปก็ตาม อีกประเด็นที่น่าแปลกใจ คือ ความยืดหยุ่นของสหรัฐ 2 ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐ กล่าวคือ ดัชนี DJIA (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) และดัชนี S&P 500 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1) มีผลดำเนินการที่ค่อนข้างดี ถึงแม้ว่ารัฐบาลสหรัฐเกือบจะผิดการชำระหนี้ก้อนโตในปีนี้ เรื่องตลกล่าสุด คือ พันธบัตรรัฐบาลได้ถูกเปลี่ยนจากการให้ผลตอบแทนโดยไร้ความเสี่ยง (Risk Free Return) กลายเป็นให้ความเสี่ยงที่ไร้ผลตอบแทน (Return Free Risk) มองไปข้างหน้า ผมเชื่อว่าจะมีการสับเปลี่ยนบทบาทในเรื่องของความเสี่ยง/ผลตอบแทน ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลกับพันธบัตรของบริษัทเอกชน

ธนาคารกลางสหรัฐ (US Federal Reserve) ให้สัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีก 2 ปีข้างหน้า พันธบัตรรัฐบาลที่จะครบกำหนดก่อนปี 2559 จะมีผลตอบแทนน้อยกว่าร้อยละ 1 ต่อปี แม้แต่พันธบัตรอายุ 10 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยน้อยกว่าร้อยละ 2 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ และหมายความว่าเราต้องแสวงหาโอกาสในตลาดพันธบัตรบริษัทเอกชน โดยเฉพาะจากบริษัทหรือองค์กรที่ได้เสริมงบดุลให้มีความมั่นคงมากขึ้นในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา และจากพันธบัตรรัฐบาลของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งหลายประเทศในกลุ่มนี้มีอัตราส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Debt/GDP) ที่ต่ำกว่าหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ดัชนี Citigroup World Bond Index ให้ผลตอบแทนที่ร้อยละ 6 ในปีนี้ ในเวลาเดียวกับดัชนี JP Morgan Emerging Markets Bond Index (EMBI+) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 เราคงต้องรอจับตาดูว่าผลตอบแทนแบบนี้จะมีขึ้นในปีหน้าหรือไม่ เครื่องมือการลงทุนที่มีผลตอบแทนดีที่สุดในปีนี้ คือ Credit Default Swap (CDS) ซึ่งในปีนี้ CDS ในยุโรป (iTRAXX) เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 ในเวลาเดียวกับที่ CDS ในอเมริกาเหนือ (CDX) เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ในช่วงเวลาเดียวกัน ถึงแม้ว่าตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) จะเป็นทางเลือกในการประกันความเสี่ยงต่อการผิดสัญญาการชำระหนี้ แต่คุณต้องมั่นใจว่า คุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ เพราะในช่วงที่ผ่านมาเครื่องมือดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาแล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท