posttoday
เจพีเมินหุ้นอิตาเลียนไทย

เจพีเมินหุ้นอิตาเลียนไทย

20 ธันวาคม 2554

ลงทุนสูงผลตอบแทนไม่คุ้มSTECดีสุดรับเหมาก่อสร้าง

ลงทุนสูงผลตอบแทนไม่คุ้มSTECดีสุดรับเหมาก่อสร้าง

เจพีมอร์แกน ไม่สนใจลงทุนหุ้น ITD เหตุผลตอบแทนที่จะได้ไม่คุ้มเงินลงทุน โบรกเกอร์ไทยเชียร์ STEC ดีที่สุดในกลุ่มรับเหมา

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เจพีมอร์แกน ยังคงให้น้ำหนักหุ้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ที่น้อยกว่าตลาด โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2555 หุ้นละ 2.40 บาท ด้วยสัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชีที่ 1 เท่า และมูลค่าการลงทุนระยะยาว 50% พร้อมมีมุมมองเป็นลบต่อหุ้นนี้ในแง่การให้ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย

“ITD มีงานในมือ 1.12 แสนล้านบาท รองรับรายได้ใน 3 ปีข้างหน้า และมีโครงการที่กำลังก่อสร้าง 7,100 ล้านบาท ที่จะสร้างรายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้”

สำหรับปี 2555 มีงานในมือรอรับรู้รายได้ 1.32 แสนล้านบาท แต่เป็นโครงการที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำเพียง 6% ไม่ครอบคลุมเงินลงทุน และภาระดอกเบี้ยที่ 1011% ของรายได้ ทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงาน

ส่วนปีนี้คาดว่า ITD ได้รับแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีอำนาจต่อรองต่ำต่อผู้จัดจำหน่ายและผู้ช่วงรับเหมาก่อสร้าง

เจพีมอร์แกน ระบุว่า งบลงทุนของ ITD สูงมากเมื่อเทียบอัตราผลตอบแทนขั้นต้นจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และขณะนี้บริษัทยังคงหาผู้ร่วมทุนสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ทวายในพม่า ทำให้ยังรับต้นทุนเต็มที่ มีภาระต้นทุนสูง และมีสัดส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาสูงถึง 9 เท่า ระหว่างปี 25542556

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศหลายแห่งแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เพราะมีความโดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

ล่าสุด มีงานในมือ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2554 ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 50 ปี

บล.โกลเบล็ก แนะนำซื้อหุ้น โดยให้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 2555 ที่ 14 บาท STEC เป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรทุกไตรมาสต่างจากคู่แข่งในตลาดที่มีกำไรโตไม่สม่ำเสมอ และยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 1.8 เท่า ขณะที่ ITD และบริษัท ช.การช่าง (CK) มี D/E 4.5 เท่า และ 4.1 เท่า ตามลำดับ

นอกจากนี้ หากดูในแง่ของงานในมือจะพบว่ามีมากถึง 5.2 หมื่นล้านบาท และยังเป็นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงด้วย และยังสามารถสร้างรายได้ให้ต่อเนื่องไปอีก 23 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันงานในมือสัดส่วน 55% เป็นงานก่อสร้างรถไฟฟ้า และ 42% ก่อสร้างโรงปิโตรเคมี และ 3% เป็นงานก่อสร้างอาคารทั่วๆ ไป ดังนั้นจึงคาดว่าปี 2555 STEC จะมีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 21% จากปีนี้ และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 841 ล้านบาท โตขึ้น 10% ขณะนี้อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะอยู่ที่ระดับ 8.1%

ขณะที่ บล.กรุงศรีอยุธยา ระบุว่า STEC มีงานในมือ 5.2 หมื่นล้านบาท มากสุดในรอบ 50 ปี  

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล