
‘ทีเอ็มบี’เร่งมือขยายฐานลูกค้า
ตั้งเป้าหรูปีหน้าเพิ่ม1ล้านบัญชีสินเชื่อพุ่ง15%ฟันค่าต๋ง20%
ตั้งเป้าหรูปีหน้าเพิ่ม1ล้านบัญชีสินเชื่อพุ่ง15%ฟันค่าต๋ง20%
ทหารไทยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าปีหน้าเพิ่มกว่า 1 ล้านบัญชี กวาดรายได้ค่าธรรมเนียม เพิ่ม 20% มั่นใจสินเชื่อปีหน้าโตกว่า 15%
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ในปีหน้าธนาคารจะเข้าสู่แผนการดำเนินธุรกิจในระยะที่ 3 ตามแผน 5 ปี ซึ่งจะปรับโฉมเป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร จึงตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อยทั้งสินเชื่อและเงินฝากขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี ลูกค้าเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 6,000 ราย ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ 600 ราย และขยายลูกค้าสินเชื่อเครือข่ายธุรกิจใหม่ (ซัพพลายเชน) เพิ่มเป็น 50 กลุ่ม คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อรวม 2 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารจะเติบโตขึ้นกว่า 20% จากธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น
สำหรับสินเชื่อรวมของธนาคารเชื่อว่าจะเติบโตได้มากกว่า 15% สูงกว่าตลาดที่จะโตเฉลี่ย 12-13% แบ่งเป็น การเติบโตในสินเชื่อรายย่อย 20% สินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโตขึ้น 20% สินเชื่อลูกค้ารายใหญ่เติบโตขึ้น 10% เพื่อให้สัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 40% และสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นเป็น 30% ตามแผน 5 ปี ขณะที่หนี้เสียคาดว่าจะลดลงไปสู่ระดับ 4.4% และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.8-2.9%
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้สินเชื่อจะเติบโตได้มากกว่า 10% ตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากในช่วง 9 เดือนแรก สินเชื่อธุรกิจเติบโตไปแล้ว 15% ขณะที่เอ็นพีแอลปรับตัวลงมาอยู่ที่ 5.8% เงินฝากเติบโตขึ้น 9% โดยหลักๆ มาจากผลิตภัณฑ์เงินฝากไม่ประจำ (No Fixed) ที่ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 3.5 แสนบัญชี ส่งผลให้ต้นทุนเงินฝากของธนาคารเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ลดลงจาก 0.5-0.8% เหลือเพียง 0.1-0.2% ทำให้สามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125%
นอกจากนี้ ธนาคารมีการขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 1 ล้านบัญชี ลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น 4,400 ราย ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ 330 ราย และลูกค้าซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น 19 กลุ่ม คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อรวม 1.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดบัญชีที่เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นเป็น 2.7-2.8 ล้านบัญชี จากทั้งหมด 45 ล้านบัญชี
กรณีกระแสข่าวลือเรื่องการปรับเปลี่ยนผู้ถือหุ้นนั้น ขณะนี้ธนาคารเป็นบริษัทมหาชนที่มีความเข้มแข็งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว เนื่องจากผลตอบแทนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจนมีการจ่ายเงินปันผลได้ ดังนั้นแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นก็ไม่กระทบต่อองค์กร
ขณะเดียวกันธนาคารได้ตกลงทำความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารโทวะ ซึ่งเป็นธนาคารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเป็นผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์รถยนต์ เพื่อรองรับและสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทย







