posttoday
การปฏิรูปกฎหมายกับภาษีอากรเพื่อฟื้นฟูประเทศหลังอุทกภัย (1)

การปฏิรูปกฎหมายกับภาษีอากรเพื่อฟื้นฟูประเทศหลังอุทกภัย (1)

20 ธันวาคม 2554

บทความหลายตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึงว่าคนไทยควรเรียนรู้อะไรจากมหาอุทกภัย

บทความหลายตอนที่แล้ว ผมได้เขียนถึงว่าคนไทยควรเรียนรู้อะไรจากมหาอุทกภัย

โดย..กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้เป็นความเสียหายที่ประเทศไทยจะต้องมีการฟื้นฟูอย่างมากมายยิ่งกว่าวิกฤตการเงินปี 2540 และสึนามิอีก รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ 2 คณะ คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) คงเป็นเพียงความหวังว่า ประเทศไทยจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ในระยะยาว ปัญหาคือว่าภัยธรรมชาตินั้น เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้แต่เราป้องกันได้ แม้จะเห็นมาตรการบางอย่าง เพราะในฐานะเป็นภาคเอกชนผมยังไม่ค่อยกล้าฝากความหวังนักกับคณะกรรมการแห่งชาติ 2 คณะที่จัดตั้งขึ้นเท่าไรนัก หากการดำเนินการยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะเราจะเอาเงินมาจากไหนนอกจากการกู้ รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนของหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ

ยิ่งผมได้อ่านบทความของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 28 พ.ย. 2554 เรื่องจุดเสี่ยงประเทศไทย ภาวะวิกฤต จึงเห็นด้วยกับ ดร.สุวิทย์ ว่า คณะกรรมการทั้งสองชุดที่จัดตั้งขึ้นจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับเอกชน บริษัท หรือนักลงทุนต่างประเทศได้อย่างไร โดยมี 3 ประเด็น คือ

1.ในเรื่องของความเป็นอิสระและปราศจากการแทรงแซงทางการเมืองและความต่อเนื่องของคณะกรรมการทั้งสองชุดว่า จะมีการเปิดโอกาสให้มีความโปร่งใสในโครงการต่างๆ แค่ไหนเพียงไร และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตประเทศได้อย่างไร ถ้าหากว่าประสิทธิภาพของรัฐนั้นยังอ่อนแอ

2.คณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงกลไกเสริม ซึ่งรัฐบาลยังเป็นกลไกหลัก ถามว่ารัฐบาลเป็นกลไกหลักก็ต้องยกเครื่องระบบราชการบริหารแผ่นดินขนานใหญ่ รัฐบาลจะทำได้หรือไม่

3.การรื้อกลไกที่มีอยู่กับการยกเครื่องความสามารถของแต่ละภาคส่วนและกลไกการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ประชาชนและภาคเอกชนนั้น

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ดร.สุวิทย์ ว่า ประเทศไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงฐานรากในทุกมิติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง รวมถึงความสัมพันธ์กับประชาคมโลก โดยการยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบอย่างแท้จริง โดยผมเห็นว่าเราควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในเหตุการณ์มหาอุทกภัยนี้

ผมจึงคิดว่า คณะกรรมการ 2 ชุด กยอ. ก็ดี กยน. ก็ดี น่าจะนำประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณาประกอบกันไปด้วย สำหรับผมมีความเห็นว่า การสร้างความเชื่อมั่นรัฐต้องรีบปรับโครงสร้างมาก ทั้งการบริหารราชการแผ่นดินกับการทำงานร่วมกับภาคเอกชน สำหรับผมมีความเห็นว่า ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีไทยและการปฏิรูปกฎหมายให้สอดรับกับความเชื่อมั่น เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

ผมออกจะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอาจารย์ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธาน กยอ. ที่บอกว่า แหล่งเงินทุนในการจะสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภัยพิบัติดังกล่าวนี้ จะทำได้ด้วยแหล่งเงินทุนเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และการใช้เงินสำรองระหว่างประเทศด้วย เพราะน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้

แต่ยังดีใจที่ให้ผลที่ว่าได้คณะกรรมการ กยอ. และ กยน. ได้แต่งตั้ง ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ปรมาจารย์ทางกฎหมายที่จะดำเนินการดูว่า จะใช้อำนาจพิเศษทางกฎหมายใดในการจัดการ เพราะปัญหาของประเทศไทยก็คือ กฎหมายที่มีมากมาย การซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรม การปฏิรูปเชิงโครงสร้างกฎหมายก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาประกอบกันไปด้วย

ผมขอเสนอว่า คณะกรรมการทั้งสองชุดควรพิจารณาประเด็นการปฏิรูปภาษีอากรและการปฏิรูปกฎหมายในการฟื้นฟูประเทศไทยไปในคราวเดียวกัน

นอกจากนี้ ผมขอเสนอในส่วนการปฏิรูปภาษีอากร (อีกครั้ง) ก่อน ก็เพราะว่าโครงการต่างๆ ในการฟื้นวิกฤตในการปฏิรูปประเทศไทยนั้น จะต้องใช้เงินใช้ทองเป็นจำนวนมาก การหาแหล่งเงินได้ที่จะมาสนับสนุนรัฐบาลในการดำเนินการนั้น จึงเป็นเรื่องหลักดังที่ท่านผู้อ่านทราบ และปัจจุบันนโยบายภาษีอากรของประเทศไทยมีผู้เสียภาษีอากรเป็นจำนวนน้อยคือ มีผู้เสียภาษีอากรเพิ่มเติมประมาณ 2.3 ล้านคน และมีผู้เสียภาษีอากรในอัตราก้าวหน้าเพียงแค่ 6 หมื่นคนเท่านั้น

เพราะฉะนั้น ถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้ว จะพบว่าอัตราภาษีอากรของเมืองไทยมีอัตราที่ต่ำและมีผู้ที่ไม่เข้าระบบภาษีมาก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริษัทภาษีเงินได้นิติบุคคล อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายในการลดอัตราภาษีเงินได้ลงเพื่อแข่งขัน แต่มิได้มีการเพิ่มภาษีอื่นใดที่จะเป็นแหล่งรายได้ ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นประสบภัยสึนามิก็ได้มีมาตรการเก็บภาษีระยะยาวเพื่อฟื้นฟูประเทศ

ผมจึงใคร่ขอเรียนให้รัฐบาล รวมทั้งคณะกรรมการ กยอ. หรือ กยน. ได้พิจารณาตั้งคณะกรรมการพิเศษ หรือคณะกรรมการปฏิรูปภาษีอากร ในการกำหนดประเภทภาษีที่จะต้องลดหรือเพิ่มไปในเวลาพร้อมๆ กัน เพื่อใช้ในการฟื้นฟูประเทศไทย ส่วนเหตุใดผมจึงอยากจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในคราวนี้ในการปฏิรูปภาษี ไว้ติดตามกันตอนหน้านะครับ  

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี