posttoday
เงินLTF-RMFหนุนตลาดท้ายปี

เงินLTF-RMFหนุนตลาดท้ายปี

20 ธันวาคม 2554

โบรกเกอร์ฟันธง2สัปดาห์สุดท้ายของปีเงิน LTF-RMF หนุนตลาดหุ้น ด้านผู้ถือหุ้น บล.บัวหลวง ไฟเขียวถอนพ้นตลาด

โบรกเกอร์ฟันธง 2 สัปดาห์สุดท้ายของปีเงิน LTF-RMF หนุนตลาดหุ้น ด้านผู้ถือหุ้น บล.บัวหลวง ไฟเขียวถอนพ้นตลาด ธนาคารกสิกรไทยเพิ่มทุน บล.

ตลาดหุ้นเอเชียดำดิ่งรุนแรง โดยเฉพาะเกาหลีใต้รูดลงหนักถึง 3.43% ไต้หวันกว่า 2% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยเก่งลดลงเพียง 0.51 จุด ปิดที่ระดับ 1,033.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 20,089 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 554 ล้านบาท สถาบันขาย 624 ล้านบาท พอร์ต บล.ซื้อ 833 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 345 ล้านบาท

นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์อาวุโส บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ยุโรปที่กดดัน โดยเฉพาะความกังวลต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิตของประเทศในกลุ่มยุโรป หลังมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส หั่นเครดิตของเบลเยียมลง 2 ขั้น ขณะที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ให้มุมมองเชิงลบต่อฝรั่งเศสและให้เครดิตพินิจต่อ 6 ประเทศในยุโรป ซึ่งเสี่ยงว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าจะถูกลดอันดับเครดิต รวมถึงการประชุมของรัฐมนตรีคลังยุโรปทางโทรศัพท์คืนที่ผ่านมาด้วย ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตาม

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย คาดว่าตลาดหุ้นจะได้แรงหนุนจากเงินทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เข้ามาสนับสนุนดัชนีหุ้นสามารถดีดตัวขึ้น

บล.เอเซีย พลัส (ASP) ระบุว่า คาดว่า 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปีเงิน LTF และ RMF จะเข้ามาสนับสนุนให้ตลาดและจะมีน้ำหนักเหนือปัจจัยความกังวลจากปัญหาหนี้ยุโรป และการเมืองในประเทศที่เริ่มร้อนแรงมากขึ้น ทั้งจากกรณีคืนพาสปอร์ตและการออกกฎหมายนิรโทษกรรม

“หากดูสถิติย้อนหลัง 5 ปี จะพบว่าในช่วงเดือน ธ.ค. นักลงทุนสถาบันจะเป็นผู้ซื้อสุทธิประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่หากดูนับจากต้นเดือน ธ.ค.สถาบันยังขายสุทธิอยู่ 1,500 ล้านบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่าช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย สถาบันน่าจะเข้ามาซื้อในระดับที่มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท” บล.เอเซีย พลัส ระบุ

นักลงทุนรายใหญ่ไม่เชื่อว่าดัชนีหุ้นปลายปีนี้จะปรับตัวขึ้นจากปัจจุบันมากนัก เนื่องจากต่างชาติยังมีแรงขายหุ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตหนี้ยุโรป

บล.ธนชาต ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นน่าจะสิ้นสุดการพักฐานแล้ว และมีโอกาสที่ดัชนี จะวิ่งเข้าสู่แนวต้านที่ 1,050-1,055 จุดได้

ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง (BLS) มีมติอนุมัติให้เพิกถอนหุ้น BLS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนด้วยคะแนนเสียง 80.7% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หลังจากที่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ประกาศทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ในราคาหุ้นละ 22 บาท

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้เพิกถอนหุ้นออกจากตลาดแล้ว บริษัทจะยื่นเรื่องขออนุญาตตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นธนาคารกรุงเทพจะเริ่มกระบวนการรับซื้อหลักทรัพย์จากผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 19 ม.ค.ปีหน้า และกระบวนการจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า

นอกจากนี้ บริษัทจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 2554 ตามที่ผู้ถือหุ้นเสนอ เนื่องจากปันผลดังกล่าวถูกคำนวณไว้ในราคาเสนอซื้อหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งว่า บริษัทได้ใส่เงินเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านหุ้น ในมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200 ล้านบาท เพื่อรักษาการถือหุ้นสัดส่วน 99.99% ทำให้ บล.กสิกรไทย มีทุนจดทะเบียนประมาณ 500 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท