
‘ปาร์กเตจูน’บิดาวงการเหล็กแห่งเกาหลีใต้
ปาร์คเตจูนบิดาแห่งเหล็กเกาหลีใต้สัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์หลายฉบับไม่เฉพาะในเกาหลีใต้
ปาร์คเตจูนบิดาแห่งเหล็กเกาหลีใต้สัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์หลายฉบับไม่เฉพาะในเกาหลีใต้
โดย..ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
แต่รวมถึงหนังสือพิมพ์ของตะวันตก เช่น นิวยอร์ก ไทมส์ วอลสตรีต เจอร์นัล ฯลฯ ต่างลงข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของนายพล ปาร์กเตจูน เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2554 ขณะมีอายุ 84 ปี เกียรติประวัติของเขาไม่ใช่เรื่องทางทหารหรือการเมืองที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ แต่ในฐานะบิดาแห่งอุตสาหกรรมเหล็กของเกาหลีใต้
นายพลปาร์ก ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเกาหลีใต้ให้เป็นผู้บริหารของบริษัท โพสโค ของเกาหลีใต้ ในช่วงบุกเบิกหลังก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2511 และเริ่มผลิตในปี 2516 บริษัทแห่งนี้ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นสู่ผู้ผลิตเหล็กอันดับ 1 ของโลกในปี 2541 หลังเริ่มผลิตเพียง 25 ปี แม้ปัจจุบันบริษัท โพสโค ได้หล่นลงมากลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากบริษัทอาร์ซีลอร์มิตตัลของลักแซมเบอร์กและบริษัทเบาสตีลของจีน ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากความสามารถในการแข่งขันด้อยกว่าคู่แข่ง แต่มีสาเหตุมาจากคู่แข่งได้ควบรวมกิจการ ทำให้ใหญ่โตก้าวกระโดด
ปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างท่วมท้นของบริษัท โพสโค ภายใต้การบริหารของนายพลปาร์กมีหลายประการ
ประการแรก ความสมัครสมานสามัคคี โดยเขาบริหารงานภายในบริษัทด้วยวินัยทหาร เข้มงวดในระเบียบวินัย แม้ชุดพนักงานก็ได้ออกแบบให้คล้ายคลึงกับเครื่องแบบทหาร ทั้งนี้ในช่วงก่อสร้างโรงงานแห่งแรก แทนที่เขาจะนอนอยู่ที่บ้านแล้วมาแวะดูการก่อสร้างเป็นระยะๆ เขากับบุคลากรทั้งหมดของบริษัทนับพันคน ได้มากินอยู่หลับนอนในบริเวณก่อสร้างเป็นแรมปีนับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนกระทั่งก่อสร้างเสร็จ เพื่อเรียนรู้การก่อสร้างและสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประการที่สอง ความสามารถในการดูดซับเทคโนโลยี อาทิ โรงงานแห่งแรกที่จ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างญี่ปุ่น สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มกำลังผลิตหลังเปิดดำเนินการเพียง 4 เดือน เร็วกว่าที่ผู้รับเหมาก่อสร้างญี่ปุ่นคาดไว้ว่าจะต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างต่ำ 12 เดือน ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพเหล็กและประสิทธิภาพการผลิตยังเหนือกว่าโรงงานเหล็กในญี่ปุ่นอีกด้วย
สำหรับการก่อสร้างขยายกิจการในเวลาต่อมา บริษัทได้พึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติลดลงตามลำดับ ปัจจุบันสามารถพึ่งตนเองทางเทคโนโลยีเกือบเต็ม 100% โดยมีนักวิจัยถึง 700 คน ได้ใช้จ่ายในด้านวิจัยและพัฒนาเป็นสัดส่วน 1.4% ของยอดขาย
ประการที่สาม ดูแลเอาใจใส่พนักงาน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีการก่อสร้างหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน เขาสนใจกับการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายของพนักงานมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
เมื่อปี 2520 เขาเดินทางไปยังสหรัฐ และได้มีโอกาสเยี่ยมชมห้างสรรพสินค้า แต่ไม่พบเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ติดตรา Made in Korea จำหน่ายที่ชั้นบนของห้างดังกล่าว โดยมีจำหน่ายเฉพาะในชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าคุณภาพต่ำราคาถูก เมื่อเดินทางกลับประเทศ เขาได้ติดต่อบริษัทที่ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายนั้น และให้คำแนะนำว่าควรดูแลเอาใจใส่พนักงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้พนักงานตัดเย็บเสื้อผ้ามีโอกาสอาบน้ำในช่วงระหว่างทำงาน เพื่อให้รู้สึกว่าร่างกายสะอาดและสดชื่น ซึ่งจะทำให้คุณภาพสินค้าดีขึ้น
ในประเทศไทย กลางปี 2554 บริษัท โพสโค ได้จ่ายเงินนับหมื่นล้านบาท เพื่อถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ไทยน๊อคซ์ ผู้ผลิตเหล็กแผ่นไร้สนิมรีดเย็นรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงงานที่ จ.ระยอง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท โพสโคไทยน๊อคซ์
ในด้านการผลิตเหล็กต้นน้ำ ซึ่งยังแจ้งเกิดในไทยไม่ได้เสียทีนั้น เดิมบริษัท โพสโค ตั้งใจจะลงทุน 1.5 แสนล้านบาท ก่อสร้างโรงถลุงเหล็กขนาดใหญ่ที่ประเทศเวียดนาม แต่ติดปัญหาที่ตั้งโรงงาน ทำให้หยุดชะงักไป ล่าสุดจึงได้ลงทุน 9 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตเหล็กต้นน้ำครบวงจรแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อินโดนีเซีย โดยวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงงานไปเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2553 เฟสแรกจะมีกำลังผลิต 3 ล้านตันต่อปี กำหนดก่อสร้างเสร็จปี 2556 และในอนาคตจะเพิ่มกำลังผลิตเป็น 6 ล้านตันต่อปี







