
เปิดช่องแท็กซี่ขึ้นค่าโดยสารชี้ขนส่งดูต้นทุน
คมนาคมเปิดทางแท็กซี่มิเตอร์ขึ้นราคา ถ้าต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่ม โยนกรมขนส่งฯ พิจารณา
คมนาคมเปิดทางแท็กซี่มิเตอร์ขึ้นราคา ถ้าต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่ม โยนกรมขนส่งฯ พิจารณา
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้ประกอบการแท็กซี่อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นจาก 35 บาท เป็น 50 บาท หากปีหน้ารัฐบาลยืนยันจะทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (ซีเอ็นจี) อีก 6 บาทต่อกก. โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้ามายังตน ซึ่งโดยต้องเสนอเรื่องไปยังกรมขนส่งทางบก
ทั้งนี้ หากกรมขนส่งทางบกพิจารณาโครงสร้างต้นทุน และราคาที่เสนอขอปรับขึ้นแล้วเห็นว่า แท็กซี่มีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาก๊าซที่ปรับสูงขึ้น ก็อาจให้ปรับขึ้นราคามิเตอร์เริ่มต้น เพราะหากให้ผู้ขับแท็กซี่รับภาระคงไม่เหมาะ
เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย แต่จะอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเท่าใดนั้นยังบอกไม่ได้ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงก่อน
ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในการขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ เนื่องจากเห็นว่าการขึ้นค่าก๊าซไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแท็กซี่ แต่เป็นเพราะแท็กซี่วิ่งรถเปล่าถึง 70% ส่วนอีก 30% เป็นรถวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร จึงควรลดปริมาณรถแท็กซี่นิติบุคคลให้น้อยลงเพื่อให้สอดคล้องกับผู้โดยสาร
“ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าเช่าที่ผู้ประกอบการอยู่ได้ คือ วิ่งรถรับ-ส่งคนกับวิ่งรถเปล่าสัดส่วน 50:50 โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่ 7-8 หมื่นคัน ซึ่งจำนวนที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 3.5 หมื่นคัน” นายชินวัฒน์ กล่าว
สำหรับกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องส่วนใหญ่จะเป็นนายทุน กลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ที่ให้เช่ามากกว่าผู้ที่ขับรถแท็กซี่จริงๆ โดยจะต้องรีบศึกษาและรายงานให้ รมว.คมนาคม รับทราบ นายชินวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเท็กซี่ทำผิดกฎหมายจำนวนมากเพราะไม่มี่ใบขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย กรมการขนส่งทางบกจะต้องเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ต่อไปอาจจะมีการออกกฎหมาย ควบคุมพวกสหกรณ์แท็กซี่ ซึ่งวิธีการในปัจจุบันจะผิดฝาผิดตัว เพราะกระบวนการตรวจสอบเรื่องระบบสหกรณ์อยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการแท็กซี่กลับอยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคม







