
‘ฟิทช์’มองประกันชีวิต เจอน้ำท่วมโตต่ำกว่าเป้า
ฟิทช์มองธุรกิจประกันชีวิตไทยโตต่ำกว่าเป้าหมาย จากผลกระทบน้ำท่วม
ฟิทช์มองธุรกิจประกันชีวิตไทยโตต่ำกว่าเป้าหมาย จากผลกระทบน้ำท่วม
น.ส.นฤมล ชาญชนะวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันการเงินและประกันในประเทศไทย บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทประกันชีวิตไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดจากการเรียกร้องค่าชดเชยจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ในขณะที่บริษัทประกันวินาศภัยได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า
ทั้งนี้ ผลกระทบต่อบริษัทประกันชีวิตไทยที่ได้รับจากเหตุการณ์น้ำท่วม ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันในปี 2554 ที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการหยุดชะงักของธุรกิจในไตรมาส 4 ปี
ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปกติไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ธุรกิจประกันมีรายได้จากเบี้ยประกันค่อนข้างสูง ในระยะปานกลางถึงระยะยาวการขายประกันผ่านทางเครือข่ายธนาคาร นวัตกรรมของรูปแบบการประกัน และแรงจูงใจทางด้านภาษีจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง
น.ส.นฤมล ยังได้ให้ความเห็นว่าความเสี่ยงของอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทยน่าจะมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มถดถอยและความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและผลตอบแทนของเงินลงทุนของบริษัทประกันชีวิตไทย
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบน่าจะอยู่ในระดับที่รองรับได้ เนื่องจากบริษัทประกันชีวิตมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นค่อนข้างน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 10% หรือน้อยกว่าของสินทรัพย์ทั้งหมด
นายเจฟฟรีย์ ลิว ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าส่วนอุตสาหกรรมประกันในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมประกันทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในปี 2555 ของภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศญี่ปุ่น มีแนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม ผลกำไรจากการดำเนินงานที่ค่อนข้างดี สภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึงระดับเงินกองทุนที่เพียงพอต่อการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันชีวิตยังมีผลกระทบน้อยกว่าประกันวินาศภัยมาก ประกันภัยยังมีปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงจากการปรับค่าเบี้ยประกันภัยรถ การเพิ่มขึ้นของความถี่ในการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและกฎระเบียบที่เข้มงวด







