
EASTWกำไรโต10%
ปัญหา
‘มาบตาพุด’กระทบน้อย สำรองน้ำเพียงพอรับมือภัยแล้งโพสต์ทูเดย์
— EASTW ชี้ปัญหามาบตาพุดกระทบรายได้ไม่ถึง 3% เหตุยอดลูกค้าเก่าใช้น้ำเพิ่มขึ้น เตรียม สำรองน้ำ 85% รับมือภัยแล้งนายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) เปิดเผยว่า การระงับการก่อสร้างโครงการมาบตาพุด กระทบรายได้ปีนี้ไม่เกิน 3% จากเป้าหมายที่คาดว่ารายได้จะโต 10% จากปีก่อน 2,878 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าเก่าและใหม่มีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และกำไรสุทธิปีนี้จะโตในทิศทางเดียวกับรายได้ ที่คาดว่าโตอย่างต่ำ 10%
“
เชื่อว่าโครงการต่างๆ ในมาบตาพุดต้องเดินหน้าได้ เท่าที่คุยกับลูกค้ากลุ่มดาว เคมิคอล และประเมินสถานการณ์แล้วเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการให้ดำเนินต่อไปได้เร็ว เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่บริษัทที่เข้าไปลงทุน แต่เป็นเรื่องมหภาคเป็นภาพรวมประเทศ”สำหรับไตรมาส 1/2553 คาดว่ากำไรสุทธิโต 50% จากปีก่อน จากการบันทึกกำไรรายการพิเศษขายสินทรัพย์ในโครงการวางท่อประแส คลองใหญ่ 70 ล้านบาท ให้กับรัฐบาล รวมทั้งยอดใช้น้ำเดือน ม.ค. ขยายตัว 10%
ทั้งนี้ ปริมาณการใช้น้ำดิบและน้ำประปาปีนี้จะเพิ่มเป็น 239 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้น 10% เทียบปีก่อนที่ 221 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายประพันธ์ กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำหน้าแล้งว่า บริษัทไม่มีความกังวล เพราะมีการเก็บน้ำตุน 85% ของความจุทั้งหมด และสำรองเพียงพอในปีนี้ ส่วนปัญหาภัยแล้งจากเอลนินโญ ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และเปลี่ยนกลยุทธ์การควบคุมน้ำไม่รอจนน้ำขาดแล้วค่อยเติม แต่เริ่มสำรองน้ำเพิ่ม เพื่อรองรับปริมาณน้ำในปี 2554
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า 2 ปีนี้บริษัทมีงบลงทุนทั้งหมด 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ใช้สำหรับการขยายท่อส่งน้ำในโครงการมาบตาพุดส่วนที่ 3 จำนวน 2,111 ล้านบาท กำหนดเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 1617% ซึ่งเกินจากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ 15% ส่วนที่เหลือใช้ขยายและเชื่อมโยงการท่อส่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ ให้ครบถ้วน
“
เงินลงทุนทั้งหมด 3,000 ล้านบาท จะมาจากเงินที่ได้วงเงินกู้จากธนาคารออมสิน 1,700 ล้านบาท บางส่วน และอาจใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดหมุนเวียนที่ได้จากดำเนินงานเดือนละ 120150 ล้านบาท หรืออาจจะขอกู้จากธนาคาร พาณิชย์เพิ่ม เนื่องจากบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) 0.44 เท่า โดยบริษัทมีนโยบายให้ ดี/อี ไม่เกิน 1 เท่า”






