
บล.กสิกรยันไม่คิดควบรวมกิจการ หาพันธมิตรช่วยเสริมธุรกิจแกร่ง
บล.กสิกรไทย ยันไม่ควบรวมกิจการ รับเจรจาพันธมิตรเพื่อกลยุทธ์ธุรกิจ พร้อมเปิดแคมเปญใหม่พาลูกค้าลุยเนเธอร์แลนด์
บล.กสิกรไทย ยันไม่ควบรวมกิจการ รับเจรจาพันธมิตรเพื่อกลยุทธ์ธุรกิจ พร้อมเปิดแคมเปญใหม่พาลูกค้าลุยเนเธอร์แลนด์
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ยืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายควบรวมกิจการ หรือซื้อกิจการกับใคร เพราะการดำเนินการทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของเครือธนาคารกสิกรไทยเป็นหลัก แต่ยอมรับว่ามีการเจรจากับพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยเสริมกลยุทธ์ธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
“ช่วงนี้เริ่มมีกระแสข่าวการควบรวมกิจการ หรือซื้อกิจการ เพราะปีหน้าจะเริ่มมีการเปิดเสรีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว แต่บริษัทไม่มีนโยบายควบรวมกับใคร เนื่องจากที่ผ่านมาเน้นโตแบบคุณภาพค่อยๆ สร้างเจ้าหน้าที่การตลาด และให้ความรู้ความเข้าใจกับนักลงทุนเอง เมื่อเราพร้อมก็ค่อยทำแผนกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างจากบริษัทอื่น” นายเผดิมภพ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บล.กสิกรไทย มีข่าวควบรวมกิจการกับบริษัททุนภัทร และการเข้าไปซื้อกิจการกับ บล.แมคควอรี (ประเทศไทย)
แผนงานธุรกิจปี 2555 ยังอยู่ระหว่างการประเมิน เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมทำให้บริษัทต้องรอดูตัวเลขด้านต่างๆ ของสิ้นปีนี้ให้ชัดเจนก่อน แต่เบื้องต้นคาดว่าบริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาด 5% หรือติดอยู่ใน 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด จากสิ้นปีนี้อยู่ในอันดับที่ 13
นายเผดิมภพ กล่าวว่า ปีหน้าตั้งเป้าว่าจะมีลูกค้าเปิดบัญชีใหม่ไม่น้อยกว่าปีนี้ที่ทำได้ 9,000 บัญชี ซึ่งถือว่าปีนี้ทำได้มากกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 6,000 บัญชี หรือเทียบจากปีก่อนมีการเปิดบัญชีใหม่เพียง 2,500 บัญชี
“ต้องยอมรับว่าตอนนี้เริ่มเห็นผลจากที่บริษัทได้ทุ่มเท 2 ปี ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุขคู่การลงทุน พร้อมอบรมและสร้างเจ้าหน้าที่การตลาดของตัวเองและเสริมการทำการตลาดจนทำให้มีจำนวนบัญชีเกิดขึ้นใหม่อย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับตอนนี้ที่นักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาลงทุนเริ่มมีช่วงอายุที่น้อยขึ้นและมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารมากขึ้นและมีความต้องการลงทุนที่ชัดเจน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทำให้บริษัทต้องเสริมกลยุทธ์การทำงานและการตลาดที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลากกลุ่มมากขึ้น” นายเผดิมภพกล่าว
ด้านนายประสงค์ รุ่งสมัยทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บล.กสิกรไทย กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้บริษัทต้องงดการจัดงานมหกรรมยิ่งใหญ่ที่มีเป้าหมายเจาะฐานลูกค้าหน้าใหม่ออกไปถึง 3 งานในช่วงปลายปีนี้ และส่งผลให้ปีนี้บริษัทใช้งบการตลาดไม่ถึง 30 ล้านบาท จากต้นปีตั้งไว้ 45 ล้านบาท
สำหรับปีหน้างบการตลาดที่ใช้คาดว่าจะไม่น้อยกว่าปีนี้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นกับแผนงานทุกฝ่าย ทั้งวิจัย กลยุทธ์ ว่าแนวโน้มภาวะตลาดโดยรวมเป็นอย่างไร บริษัทถึงจะมีการจัดกิจกรรมการตลาดให้สอดคล้องไปตามภาวะตลาด แต่เบื้องต้นคาดว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นได้จากการฟื้นตัว หลังที่ปีนี้ถูกผลกระทบจากน้ำท่วมไปแล้ว
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. บล.กสิกรไทย ได้เปิดตัวแคมเปญ KS Amazing Trip ครั้งที่ 2 จากปีที่ผ่านมาพาลูกค้าไปเที่ยวดูไบ โดยครั้งนี้ให้ลูกค้าที่มีคะแนนสะสม KS Amazing Point ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.255431 มี.ค. 2555 มาแลกรับสิทธิร่วมงานพืชสวนระดับโลก Floriade 2012 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่จะจัดเพียง 1 ครั้งในรอบ 10 ปี และเที่ยวประเทศฝรั่งเศสรวม 7 วัน 6 คืน จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มูลค่ารวม 4 ล้านบาท
ลูกค้าต้องมีแต้มคะแนนสะสมทั้ง 4 หมื่นแต้ม โดยสามารถนำแต้มซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ ปัจจุบันแลกได้ 1 หมื่นแต้ม ส่วนอีก 3 หมื่นแต้ม ต้องเป็นการซื้อขายหุ้นหรืออนุพันธ์ในระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 255431 มี.ค. 2555 ซึ่งจะเน้นไปในฐานลูกค้าที่มีการซื้อขายในปริมาณสูง (ไฮเน็ตเวิร์ก)
รางวัลที่ 2 สำหรับลูกค้าที่สะสม KS Amazing Point ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 255431 มี.ค. 2555 โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด ทุก 5 คะแนน แลกรับ 1 สิทธิในการจับสลาก หรือลูกค้าที่สะสมแต้มในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทุก 1 คะแนน แลกรับ 1 สิทธิในการจับรางวัล เพื่อลุ้นไปเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน จำนวน 20 รางวัล รางวัลละ 1 ที่นั่ง มูลค่ารวม 1.2 ล้านบาท
ญี่ปุ่น จำนวน 20 รางวัลๆละ 1 ที่นั่ง รวมมูลค่า 1.2 ล้านบาทเพียงแต่แต้มคะแนนสะสมต้องมีการซื้อขายระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2554 31 มี.ค. 2555 โดยไม่ได้กำหนดมูลค่าการซื้อขายก็ได้รับสิทธิ์จับฉลากแล้ว เพียงแต่หากซื้อขายด้วยระบบอินเตอร์เน็ต 1 คะแนน จะรับสิทธิ์ในการจับฉลาก 1 สิทธิ์ เมื่อเทียบกับลูกค้าที่ซื้อผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดต้องรอได้ถึง 5 คะแนนถึงจะรับสิทธิ์แลกจับฉลาก 1 สิทธิ์







