posttoday
ไทยเบฟพลิกวิกฤตหาโอกาส รีแยรนด์ช้าง-รุกซีเอสอาร์

ไทยเบฟพลิกวิกฤตหาโอกาส รีแยรนด์ช้าง-รุกซีเอสอาร์

15 ธันวาคม 2554

จากวิกฤตมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่กระทบหลายธุรกิจ ในอีกแง่มุมหนึ่งถือเป็นโอกาสในการปรับธุรกิจไปพร้อมกัน

จากวิกฤตมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่กระทบหลายธุรกิจ ในอีกแง่มุมหนึ่งถือเป็นโอกาสในการปรับธุรกิจไปพร้อมกัน

เห็นได้จากการปรับตัวของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของเครื่องดื่มตราช้างและโออิชิ ที่ใช้โอกาสนี้ปรับธุรกิจหลังจากประสบอุทกภัย

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า ในวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะโรงงานโออิชิที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร รวมถึงการขนส่งสินค้าที่ยากลำบาก ทำให้สูญเสียโอกาสทางการตลาดไปไม่น้อยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตครั้งนี้ยังมีโอกาสของบริษัท โดยเฉพาะการร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยใช้ภาวะวิกฤตร่วมช่วยเหลือสังคม รวมทั้งเห็นความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานที่พร้อมจะต่อสู้ร่วมกันในภาวะวิกฤต

ในส่วนของบริษัทเองนั้น แม้ประสบปัญหาจากอุทกภัย แต่ยังพร้อมเดินหน้าธุรกิจต่อ โดยเฉพาะการนำเครื่องดื่มเบียร์ช้างสู่ตลาดโลก ล่าสุด เตรียมใช้งบ 1,400 ล้านบาทในปีหน้า เพื่อทำตลาดในประเทศไทย 1,100 ล้านบาท และต่างประเทศ 300 ล้านบาท

ไทยเบฟพลิกวิกฤตหาโอกาส รีแยรนด์ช้าง-รุกซีเอสอาร์

นอกจากนี้ ยังได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ช้างใหม่ในรอบ 3 ปี ภายใต้แคมเปญ “Live Like you Mean It หรือชีวิตของเรา...ใช้ซะ” เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นภาพเดียวกันและเป็นการปรับภาพลักษณ์พร้อมกันทั่วโลก เพื่อรองรับการแข่งขันหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่จะมีการแข่งขันจากเบียร์ต่างประเทศมากขึ้น

ด้านนายแมทธิว กิจโอธานผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อรองรับเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ไทยให้มีชื่อเสียงและแข่งขันในตลาดโลก จากการส่งออกไปในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก จึงพัฒนาแคมเปญดังกล่าวขึ้น เพื่อรองรับการแข่งขัน

ขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดตัว สินค้าใหม่เบียร์ “ช้างเอ็กซ์ปอร์ต” เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ 18-29 ปี เพื่อชิงตลาดที่เบียร์ลีโอครองอยู่มูลค่า 1,000 ล้านลิตร ปัจจุบันเบียร์ช้างเป็นผู้นำในตลาดเบียร์รสชาติเข้มข้นมูลค่า 700-800 ล้านลิตร การขยายไปยังตลาดใหม่จึงเป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และต้องการชิงตำแหน่งผู้นำตลาดคืนมาด้วยส่วนแบ่ง 50% ภายใน 5 ปี นับจากนี้

ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายในประเทศ 2.8 หมื่นล้านบาท และต่างประเทศ 1,000 ล้านบาท และในปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 3.5 หมื่นล้านบาท และต่างประเทศ 1,500 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในส่วนของบริษัท โออิชิ กรุ๊ป เตรียมนายแมทธิวกล่าวว่า อยู่ระหว่างการเจรจากับโรงงานผลิตชาเขียวใน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เพื่อทำการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ ในช่วงที่บริษัทฟื้นฟูโรงงานนวนคร ซึ่งหลังประสบปัญหาน้ำท่วมได้หยุดการผลิตทั้งหมดเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าในเดือนมี.ค.ปีหน้าจะสามารถเดินเครื่องการผลิตอีกครั้งราว 60% ของการผลิตทั้งหมด และเต็ม 100%ในเดือนส.ค.ปีหน้า

ปัจจุบันบริษัทมีสต็อคสินค้าจำหน่ายได้เพียง 15 วันนับจากนี้ ทำให้เดือนม.ค.ที่จะถึงนี้ ส่งผลให้สินค้าชาเขียว เช่น แบรนด์ โออิชิ ฟลุ๊ตโต๊ะ ฯลฯ จะขาดตลาดทุกช่องทางที่วางจำหน่าย เนื่องจากบริษัทสามารถเดินสายการผลิตที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครได้แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งสามารถผลิตได้เพียง 15 ล้านขวด/เดือน ขณะที่โรงงานนวนครมีกำลังผลิตกว่า 60 ล้านขวด/เดือน

“ปัจจุบันโออิชิมียอดขายเครื่องดื่ม กว่า 70 ล้านขวด/เดือน รวมบรรจุภัณฑ์แบบกล่อง ซึ่งการเจรจากับพันธมิตรจะเร่งให้แล้วเสร็จเร็วๆนี้ เพื่อนำเข้าให้ทันหลังเทศกาลตรุษจีน เพราะบริษัทไม่ต้องการให้คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องผลิต”นายแมทธิว กล่าวทั้งนี้ การฟื้นฟูโรงานนวนคร คาดว่าจะใช้งบกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นงบที่มาจากการเคลมประกันวงเงิน 4,000 ล้านบาท เข้าปรับปรุงพื้นที่ 63 ไร่ทั้งหมด รวมถึงการสั่งเครื่องจักรใหม่ทั้ง 3 ไลน์การผลิต และโรงครัวกลางผลิตวัตถุดิบป้อนครัวโออิชิ โดยจะก่อสร้างใหม่ทั้งหมดคาดใช้งบ 600 ล้านบาท เพื่อนำเข้าเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด

สำหรับสำหรับผลกระทบที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้กว่า 1,400 ล่านบาท แบ่งเป็นเครื่องดื่ม 1,000 ล้านบาท และกลุ่มอาหาร 400 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโตไม่ถึง 10% รายได้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีหน้าบริษัทตั้งเป้าเติบโตกว่า 25%

ด้านกลยุทธ์การตลาดปีหน้า บริษัทจะเพิ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์อีก 15% หรือราว 600 ล้านบาท ตอกย้ำแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนเม.ย.ปี 2555 เตรียมจัดรายการส่งเสริมการตลาดแบบยิ่งใหญ่ต้อนรับหน้าร้อน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจเครื่องดื่มกลับมาดุเดือดซึ่งบริษัทจะเน้นการนำนวัตกรรมการผลิตเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า รวมถึงออกสินค้าไลน์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นยิ่งขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท