
หอฯตปท.หนุนแก้กม.เช่าที่90ปี
หอการค้าร่วมต่างประเทศ ดันแก้กฎหมายสิทธิการเช่าฯ เข้า ครม.เพิ่มศักยภาพลงทุนไทย
หอการค้าร่วมต่างประเทศ ดันแก้กฎหมายสิทธิการเช่าฯ เข้า ครม.เพิ่มศักยภาพลงทุนไทย
นายปฏิมา จีระแพทย์ ประธานคณะอสังหาริมทรัพย์ หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หรือ JFCCT กล่าวว่า คณะทำงานพร้อมเดินหน้าผลักดันแก้ไขมาตรา 540 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยสิทธิการเช่าจาก 30 ปี เป็น 90 ปี ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมนั้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2472 ทำให้ระยะเวลาการเช่าดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
หากไม่มีการแก้ไขจะเป็นการจำกัดศักยภาพทางการพาณิชย์ของที่ดินและจำกัดโอกาสในการลงทุน หรือหากลงทุนก็จะทำให้ขนาดโครงการและคุณภาพของการลงทุนถูกปรับลดเพื่อให้สอดรับกับสิทธิการเช่าที่สั้นและจำกัด แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะมีพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์กรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 ผู้เช่าสามารถเช่าอสังหาฯเป็นระยะเวลา 50 ปี และต่อได้อีก 50 ปี แต่กฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีข้อจำกัดต้องตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมหรือพาณิชย์กรรมในนิคมอุตสาหกรรม ต้องมีแผนการดำเนินงานอย่างละเอียดเพื่อขออนุมัติจากกรมที่ดิน และรายละเอียดอื่นๆอีกอย่าง ทำให้ที่ผ่านมาไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเท่าใดนักโดยมีเพียง 6 โครงการ จากนักลงทุน 3 รายเท่านั้นนับจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้
“การสนับสนุนการแก้ไขในครั้งนี้เป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพในอสังหาริมทรัพย์ของไทยให้มีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเจ้าของที่ดินที่ไม่ต้องการขาย แต่ต้องการเก็บรายได้จากค่าเช่าที่มากเพียงพอต่อศักยภาพของที่ดินและเมื่อครบกำหนดก็จะกลับมาเป็นของลูกหลานต่อไป เราไม่ได้มองว่าเป็นการช่วยต่างชาติให้ได้ประโยชน์มากขึ้น แต่หากกฎหมายนี้เกิดขึ้นก็จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่าย ทั้งเจ้าของที่ดิน นักลงทุน เพราะหากมีการลงทุนก็จะมีการใช้จ่าย จ้างงาน รัฐบาลเก็บรายได้เพิ่มเศรษฐกิจประเทศก็จะเติบโตตามมา ” นายปฏิมากล่าว
ด้านนายสรชน บุญสนอง กรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ คณะทำงานด้านกฎหมาย กล่าวว่า คณะทำงานได้ศึกษาการขยายระยะเวลาเช่าจาก 30 ปี เป็น 90 ปี อย่างรอบด้าน อาทิ ผลกระทบต่อประเทศไทย ข้อดี ข้อเสีย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาเป็นเวลากว่า 30 เดือน และได้ข้อสรุปว่าการขยายระยะเวลาเช่าออกไปจะทำให้ประเทศไทยและเจ้าของที่ดินได้ประโยชน์มากกว่าการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาเก็บเกี่ยวประโยชน์จากไทย
ทั้งนี้ในปี 2558 ไทยจะต้องเข้าร่วมในประชาคมอาซี่ยน AEC ซึ่งจะทำให้การลงทุนหลังไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้ แต่หากเปรียบเทียบระยะเวลาเช่าในภูมิภาคเดียวกันไทยถือเป็นประเทศที่ให้ระยะเวลาเช่าสั้นที่สุด โดยประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ให้เช่า 99 ปี, เกาหลี ฮ่องกง 50 ปี, จีนเวียดนาม 4070 ปี และฟิลิปปินส์ 2550 ปี หากเป็นเช่นนี้จะทำให้น่าสนใจด้านการลงทุน ศักยภาพของอสังหาฯ ในไทยจะด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านและอาจทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนยังประเทศเหล่านั้นได้
“จากการศึกษาในรอบด้านแล้วไม่เห็นช่องว่างของกฎหมายนี้ที่เอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติ หรือเป็นการขายชาติ เพราะไม่ว่าชาวต่างชาติจะเช่าที่ดินตรงไหนของไทย หากมีการลงทุนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายประกอบธุรกิตคนต่างด้าว ที่จะจำกัดดานการลงทุนของชาวต่างชาติอยู่แล้ว อาทิ ห้ามลงทุนในธุรกิจบริการ, ธุรกิจให้เช่า, พัฒนาอสังหาฯ และภาคการเกษตร เป็นต้น ซึ่งข้อจำกัดด้านการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการช่วยปกป้องไม่ให้ชาวต่างชาติเอาเปรียบหรือกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศไทยเพียงฝ่ายเดียว”
ด้านนางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย สำนักงานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า เรื่องระยะเวลาการเช่าที่ดิน-อสังหาริมทรัพย์ ระยะเวลาเพียง 30 ปี ถือเป็นจุดอ่อนของประเทศไทยในการแข่งขันและจูงใจนักลงทุนต่างชาติในระยะยาวอีก 4 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะต้องเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี นอกจากนี้ ประเทศไทยจะต้องมีความชัดเจนด้านนโยบาย คมนาคม สาธารณูปโภค แรงงานที่มีฝีมือ และกฎหมายที่มีความเปิดกว้างและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศเอเซียนอื่นๆ การยืดระยะเวลาการเช่าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ 90 ปีนั้น นับเป็นข้อเสนอที่มีแรงกระตุ้นต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก







