
โออิชิทาบ3ประเทศร่วมผลิตชาป้อนตลาด
โออิชิทาบ 3 ประเทศผลิตชาเขียวป้อนตลาดรับตรุษจีน หลังสต็อคเดือนม.ค.ปีหน้าจ่อขาดตลาด
โออิชิทาบ 3 ประเทศผลิตชาเขียวป้อนตลาดรับตรุษจีน หลังสต็อคเดือนม.ค.ปีหน้าจ่อขาดตลาด
นายแมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงงานผลิตชาเขียว ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เพื่อทำการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ ในช่วงที่บริษัทฟื้นฟูโรงงานนวนครหลังประสบปัญหาน้ำท่วมได้หยุดการผลิตทั้งหมดเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าในเดือนมี.ค.ปีหน้าจะสามารถเดินเครื่องการผลิตอีกครั้งราว 60% ของการผลิตทั้งหมด และเต็ม 100%ในเดือนส.ค.ปีหน้า
ทั้งนี้บริษัทมีสต็อคสินค้าจำหน่ายได้เพียง 15 วันนับจากนี้ ทำให้เดือนม.ค.ที่จะถึงนี้ ส่งผลให้สินค้าชาเขียว เช่น แบรนด์ โออิชิ ฟลุ๊ตโต๊ะ ฯลฯ จะขาดตลาดทุกช่องทางที่วางจำหน่าย เนื่องจากบริษัทสามารถเดินสายการผลิตที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครได้แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งสามารถผลิตได้เพียง 15 ล้านขวด/เดือน ขณะที่โรงงานนวนครมีกำลังผลิตกว่า 60 ล้านขวด/เดือน
“ปัจจุบันบริษัทมียอดขายเครื่องดื่ม กว่า 70 ล้านขวด/เดือน รวมบรรจุภัณฑ์แบบกล่อง ซึ่งการเจรจากับพันธมิตรจะเร่งให้แล้วเสร็จเร็วๆนี้ เพื่อนำเข้าให้ทันหลังเทศกาลตรุษจีน เพราะบริษัทไม่ต้องการให้คู่แข่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องผลิต”นายแมทธิว กล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทจะเร่งฟื้นฟูกิจการโรงานนวนคร ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท โดยเป็นงาบประมาณที่มาจากการเคลมจากบริษัทประกัน ซึ่งมีวงเงิน 4,000 ล้านบาท เข้าปรับปรุงพื้นที่ 63 ไร่ทั้งหมด รวมถึงการสั่งเครื่องจักรใหม่ทั้ง 3 ไลน์การผลิต และโรงครัวกลางผลิตวัตถุดิบป้อนครัวโออิชิ โดยจะก่อสร้างใหม่ทั้งหมด คาดใช้งบ 600 ล้านบาท การนำเข้าเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่ดีให้กับผู้บริโภค
นายแมทธิว กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้กว่า 1,400 ล่านบาท แบ่งเป็นเครื่องดื่ม 1,000 ล้านบาท และกลุ่มอาหาร 400 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโตไม่ถึง 10% รายได้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท โดยในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าเติบโตกว่า 25%
สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาดในปีหน้า บริษัทจะเพิ่มงบประมาณการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่ม 15% ราว 600 ล้านบาท ตอกย้ำแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนเม.ย.ปี 255 เตรียมจัดรายการส่งเสริมการตลาดแบบยิ่งใหญ่ต้อนรับหน้าร้อน ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมการแข่งขันจะมีความดุเดือด ซึ่งบริษัทจะเน้นการนำนวัตกรรมการผลิตเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า รวมถึงออกสินค้าไลน์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ช่วงครึ่งปีแรก บริษัทจะมุ่งการให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มชาคูลสซ่า โดยเพิ่มกำลังผลิตจาก 10 ล้านกระป๋อง/เดือน เป็น30 ล้านกระป๋อง/เดือน โดยตั้งเป้ามีส่วนแบ่งทางการตลาด 10% เทียบจากมูลค่าน้ำอัดลม 3.5 หมื่นล้านบาท/ปี จากปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดเยง 2-3% เท่านั้น ซึ่งมองว่าตลาดน้ำอัดลมมีแนวโน้มการเติบโตสูง เมื่อเทียบกับตลาดชาเขียว







