posttoday
ยาหอมหุ้นปี’55แจ๋ว

ยาหอมหุ้นปี’55แจ๋ว

14 ธันวาคม 2554

ยกพี/อีต่ำ-ปันผลงามสู้สหรัฐเศร้า!ปีนี้ยอดต่างชาติติดลบ

ยกพี/อีต่ำ-ปันผลงามสู้สหรัฐเศร้า!ปีนี้ยอดต่างชาติติดลบ

ตลาดมองปีหน้าหุ้นไทยยังร้อน ได้แรงจูงใจ พี/อีต่ำ ปันผลงาม ส่วนเดือน ธ.ค. ต่างชาติ กลับมาซื้อ แต่เศร้า! ยอดทั้งปีติดลบ

นางเทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปี 2555 ยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง จากปัจจัยราคาหุ้นต่ำและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าหุ้นสหรัฐ สร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุน ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังไม่ฟื้น จึงคาดว่าเม็ดเงินต่างประเทศจะเข้ามาลงทุนหุ้นไทยต่อเนื่องได้

สำหรับการลงทุนเดือน ธ.ค.นี้ ต่างชาติมีสัญญาณกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยแล้ว 9,356 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบทั้งปีพบว่าต่างชาติยังเป็นยอดขายสุทธิถึง 1.7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่างชาติไม่สามารถกลับเข้ามาซื้อเป็นยอดซื้อสุทธิได้

ทั้งนี้ ปี 2552-2553 ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นไทย 3.8 หมื่นล้านบาท และ 8.1 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

“ตลาดหุ้นไทยก็เป็นเหมือนกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ต้องเคลื่อนไหวและรับผลกระทบจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่การที่ระบบเศรษฐกิจไทยเปิดน้อยกว่าประเทศอื่นอย่างฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ผลกระทบจึงน้อยกว่า” นางเทียนทิพ กล่าว

ประกอบกับไทยยังมีปัจจัยที่ต้องมีการใช้จ่ายงบฟื้นฟูประเทศ จึงไม่น่าห่วง เพราะสามารถพึ่งตัวเองได้ แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้อย่างไร และมีความต่อเนื่องของนโยบาย บวกกับควรมีการแผนการลงทุนระยะยาวที่ชัดเจน

ปัจจุบันแม้ตลาดหุ้นไทยจะมีการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนยุโรป 40% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด รองลงมา สิงคโปร์ สหรัฐ และเอเชีย แต่นักลงทุนกลุ่มยุโรปที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนยาว ซึ่งถ้ามีการขายไปส่วนใหญ่ก็จะกลับเข้ามา

นางเทียนทิพ กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 4 จะออกมาติดลบ โดยตลาดประเมินมี บจ.ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ คือ กระทบต่อรายได้บริษัทมีทั้งหมด 30 แห่ง หรือคิดเป็น 1.28% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) และน้ำท่วมกระทบกับ บจ.อย่างไม่มีนัยสำคัญ เช่นน้ำไม่ท่วมโรงงานแต่พื้นที่ด้านนอกท่วม ทำให้เปิดโรงงานไม่ได้ มีทั้งหมด 85 แห่ง หรือคิดเป็น 34.5% ของมูลค่าตลาดรวม

สำหรับภาวะการซื้อขายประจำเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ ดัชนีปิดที่ 995.33 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค. 2.11% แต่เทียบกับสิ้นปีก่อนปรับลง 3.62% มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 8.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.17%

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 22,513 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อน 46.74% แต่หากนับทั้งปีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 30,151 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 29,066 ล้านบาท

สำหรับดัชนีตลาดวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก ดัชนีปิด 1,030.61 จุด ร่วง 3.39 จุด มูลค่าซื้อขาย 23,927 ล้านบาท ต่างชาติขาย 1,451 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี