posttoday
มูลค่าการซื้อขายกลับมาคึกคักตามบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นทั่วโลก

มูลค่าการซื้อขายกลับมาคึกคักตามบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นทั่วโลก

13 ธันวาคม 2554

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (69 ธ.ค. 2554) มีมูลค่ารวม 304,829 ล้านบาท

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (69 ธ.ค. 2554) มีมูลค่ารวม 304,829 ล้านบาท

หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 13% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 89% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 269,294 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 30,420 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 2,991 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลรุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB21DA (อายุ 10 ปี) LB176A (อายุ 5.5 ปี) และ LB15DA (อายุ 4 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 4,496 ล้านบาท 3,964 ล้านบาท และ 3,930 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB11D26A (อายุ 14 วัน) CB11D27A (อายุ 14 วัน) และ CB11D20A (อายุ 14 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 60,232 ล้านบาท 38,484 ล้านบาท และ 29,835 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท การบินไทย (THAI14OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 395 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เอ็ม บี เค (MBK163A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 364 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท บ้านปู (BANPU184A (AA)) มูลค่าการซื้อขาย 361 ล้านบาท ตามลำดับ

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวลดลงตลอดทั้งเส้น โดยเฉพาะในช่วงตราสารที่มีอายุคงเหลือน้อยกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงประมาณ 10 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ในขณะที่ตราสารที่มีอายุคงเหลือมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงประมาณ 2 Basis Point

ภาพรวมของการซื้อขายตราสารหนี้ไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาคึกคักต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้านั้น โดยมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยภายนอกประเทศ เริ่มจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผลทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมามีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ว่าในอนาคตน่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแล้วจะมีผลทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้มีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ในช่วงนี้อย่างหนาแน่น

ในขณะที่วิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มประเทศยุโรปก็เริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังคลายตัวไปทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกัน ส่งผลทำให้บรรยากาศการลงทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติกลับมามียอดซื้อสุทธิสูงถึง 24,128 ล้านบาทในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งอย่างไรก็ตามมูลค่าการซื้อขายส่วนใหญ่ของนักลงทุนกลุ่มนี้ยังคงเน้นไปในตราสารระยะสั้น (มีอายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) เป็นหลัก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท