
เอาตลาด เข้าตลาด กลับลำไม่ได้แล้วจริงหรือ
หมู่นี้มีการวิเคราะห์ในสื่อมากมายทีเดียวเกี่ยวกับการแปรสภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หมู่นี้มีการวิเคราะห์ในสื่อมากมายทีเดียวเกี่ยวกับการแปรสภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดย..ธีระ ภู่ตระกูล
ผมขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ กล่าวคือ ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกดำเนินการเหมือน “สโมสรสำหรับสมาชิกเท่านั้น” ซึ่ง “สมาชิก” จะได้รับสิทธิในการเป็นเจ้าของและซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันของตลาด จากการจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามพรมแดนและกระแสการลงทุนข้ามชาติ และจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เกิดระบบซื้อขายทางเลือกใหม่ (Alternative Trading Systems–ATS) ซึ่งก็คือระบบคอมพิวเตอร์เอกชนที่ทำหน้าที่คล้ายกับตลาดหลักทรัพย์ โดยการจับคู่คำสั่งซื้อขายและส่วนมากจะดำเนินการโดยสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติมีความสำคัญลดน้อยลง และขนาดของพื้นที่ (Trading Floor) ที่ใช้ในการซื้อขายก็ลดลงเช่นกัน จึงทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกต้องปรับไปสู่โมเดลองค์กร โมเดลด้านนิติบุคคล และโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อให้สามารถรับสภาพการแข่งขันได้ การเปลี่ยนแปลงจากเป็นสโมสรสำหรับสมาชิกเท่านั้น เป็นองค์กรเพื่อแสวงหากำไร จึงเรียกกันว่า Demutualization
ตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งได้แปรสภาพเป็นองค์กรเอกชน ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์กรุงสตอกโฮล์มได้กระทำการดังกล่าวเมื่อปี 2536 ในปี 2542 มีตลาดหลักทรัพย์แปรสภาพเป็นองค์กรเอกชน หรือเข้าสู่ตลาด เป็นจำนวน 11 แห่ง ซึ่งได้เพิ่มขึ้นเป็น 21 แห่งในช่วงแรกของปี 2544 ซึ่งรวมถึงตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย (ASX) ตลาดหลักทรัพย์แห่งกรุงโตเกียว (TSE) ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และตลาดหลักทรัพย์และตลาดล่วงหน้าฮ่องกง สหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (Word Federation of Stock Exchanges) ระบุไว้ว่า ประมาณร้อยละ 52 ของมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก จะเป็นตลาดที่แปรสภาพแล้ว ในเอเชียตลาดหลักทรัพย์ที่แปรสภาพแล้วมีมูลค่ากว่าร้อยละ 76 ของตลาดทั้งหมดในภูมิภาค
เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะแปรสภาพตามตลาดอื่นๆ ที่ผ่านมาโบรกเกอร์และตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ จะมุ่งมั่นกับเรื่องท้องถิ่นเท่านั้น แต่ระบบโทรคมนาคมปัจจุบันทำให้ผู้ออกหลักทรัพย์และนักลงทุนสามารถมีลู่ทางเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ ดังนั้นสัญชาติกลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญน้อยลงในตลาดทุน ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ได้รับแรงกดดันและมีการแข่งขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเล็กๆ อย่างของประเทศไทย วันนี้ในเอเชียตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ จะเป็นตลาดชั้นนำที่ได้รับเลือกให้เป็นแหล่งการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) แม้แต่หุ้นของบริษัทไทย อาทิ ThaiBev ก็ยังได้มีการจดทะเบียนในตลาดสิงคโปร์
ยุทธศาสตร์การจัดตั้งพันธมิตร หรือการรวมตัวก็มีผลกระทบต่อตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก การรวมตัวของตลาดหลักทรัพย์และตลาดอนุพันธ์ในสหรัฐและยุโรป กำลังแปลงสภาพสนามแข่งและก่อให้เกิดตลาดยักษ์ (SuperExchanges) ขึ้นมา ขนาดของตลาดกำลังมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ในการต่อรองค่าเทคโนโลยีและโอกาสการลงทุนอื่นๆ ตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ สามารถดึงดูดนักลงทุนได้ โดยการให้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและดำเนินการตามหลักของ “สภาพคล่องจะดึงดูดสภาพคล่อง”
โดยการบริหารจัดการร่วมกับกลุ่มตลาดหลักทรัพย์พันธมิตร โดยที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่การเปิดเสรีและค่านายหน้าต่อรองได้ (Negotiable Commission) ในปีหน้า จึงจะทำให้เกิดหลายคำถามเกี่ยวกับการกำกับดูแล เมื่อเอา “ตลาด” เข้าตลาด การกำกับดูแลบางส่วนจะต้องถูกโอนไปยังหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐในหลายประเทศ การแปรสภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติจะถูกดำเนินการไปพร้อมกับการปฏิรูประบบกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยรวม
ต้องคำนึงไว้ว่าการแปรสภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด นักวิจารณ์จำนวนมากเคยกล่าวไว้ว่า การแปรสภาพเป็นการเปลี่ยนจากกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ไปเป็นอีกกลุ่มเท่านั้น โบรกเกอร์และนักลงทุนทั่วไป ซึ่งจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว ก็จะมุ่งแสวงหากำไรให้มากที่สุด ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับขั้นตอนการกำกับดูแล หรือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของส่วนรวม ผมมีความเห็นว่า การนิ่งเฉยคงไม่เป็นทางเลือกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ต้องมีการลดไขมัน ฐานนักลงทุนจะต้องขยายอาณาเขตเพิ่มขึ้น และการนำรัฐวิสาหกิจเข้าสู่ตลาดจะต้องดำเนินต่อไป มิฉะนั้นผลกระทบจากการถูกโจมตีอย่างหนักจากต่างประเทศจะชี้ให้เห็นว่า ใครเป็นเด็ก ใครเป็นผู้ใหญ่ ในที่สุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะต้องอยู่ในสภาพที่แข่งขันได้เพื่อที่จะอยู่รอด ถึงแม้ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอาจไม่มีการแปรสภาพ แต่ยังจำเป็นต้องมีวินัยในการบริหาร เพื่อจะสามารถแข่งขันได้ราวกับว่าในฐานะองค์กรเอกชน







