posttoday
ปรับ ครม. ไม่สะเทือนเก้าอี้ขุนคลัง

ปรับ ครม. ไม่สะเทือนเก้าอี้ขุนคลัง

13 ธันวาคม 2554

ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 จะมีการปรับ ครม.ในไม่ช้า

ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 จะมีการปรับ ครม.ในไม่ช้า

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 จะมีการปรับ ครม.ในไม่ช้า เนื่องจากรัฐมนตรีหลายคนทำงานไม่เข้าตา และไม่มีผลงานอย่างที่ควรจะเป็น

สำหรับกระทรวงเศรษฐกิจนั้น รัฐมนตรีข้าวนอกนาอย่าง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ก็โดนมรสุมข่าวลือหนาหูว่าจะโดนปรับออกจาก ครม.รอบนี้เช่นกัน เพราะผลงานไม่เข้าตา ทั้งที่กระทรวงการคลังควรจะมีบทบาทมากกว่านี้ในการผลักดันโครงการประชานิยมต่างๆ

ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 9 ส.ค. 2554 จะเห็นว่าธีระชัยยังไม่มีผลงานที่โดดเด่นชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นเพียงการทำงานแบบตามหน้าเสื่อ เช่น การผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 8 แห่งแต่ปรากฏว่าไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะธนาคารส่วนใหญ่ยังไม่มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมมากนัก

นอกจากนี้ ธีระชัยยังถูกจับตาจากภารกิจที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูแลผู้ประสบภัยใน จ.ลพบุรี ปรากฏว่าชาวบ้านที่ จ.ลพบุรีโวยผ่านสื่อว่า ลพบุรีเป็นจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมจังหวัดแรกๆ แต่ที่ผ่านมาแทบไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล เล่นเอาธีระชัยต้องรีบหอบถุงยังชีพและข้าวของบริจาคที่ตั้งอยู่เกลื่อนกระทรวงการคลังเอาไปมอบให้ชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน

ขณะที่งานสำคัญๆ ของรัฐบาล ธีระชัยกลับไม่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าทีมทั้งๆ ที่ธรรมเนียมปกติในช่วงที่บ้านเมืองต้องการใช้เงินเพื่อการฟื้นฟู รมว.คลัง จะต้องเป็นแม่งานในการจัดหางบประมาณมาป้อนให้รัฐบาล และต้องได้นั่งอยู่ในเบอร์ต้นๆ ของคณะกรรมการแทบทุกชุด

แต่ธีระชัยกลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเพียงคณะกรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มี วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานเท่านั้นแถมยังไม่ได้เป็นกรรมการชุดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูมากนัก บทบาทด้านการฟื้นฟูส่วนใหญ่จึงต้องเป็นหน้าที่ของ กิตติรัตน์ ณ ระนองรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ตามเคย

และในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ธีระชัยได้อยู่เบื้องหลังผลักดันเรื่องกระบวนการตรวจสอบทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่เบื้องหน้าของการเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวคือผลงานชิ้นโบแดงของกิตติรัตน์อีกเช่นกัน

นอกจากนี้ ธีระชัยยังเดินหน้าเรื่องโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 5 แสนบาท ก่อนวันที่ 30 มิ.ย. 2554 กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 6 แห่ง

เบื้องต้นพบว่ามีลูกค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการมีประมาณ 7.75 แสนบัญชี หรือ 12.48% ของจำนวนบัญชีทั้งหมดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่ง และมีมูลหนี้คงค้าง 9.05 หมื่นล้านบาท หรือ 5.76%ของมูลหนี้คงค้างทั้งหมดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 6 แห่ง

รวมทั้งยังผลักดันมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ได้แก่ ระบบขนส่งทางราง ไฟฟ้า ประปา ถนนหรือทางพิเศษ ทางสัมปทานท่าอากาศยาน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม และพลังงานทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตตั้งแต่มีการแบ่งงานของรัฐมนตรีในกระทรวงการคลังแล้วว่า ธีระชัยถูกวางตัวไว้ในตำแหน่งรัฐมนตรีนักวิชาการ ทำให้ธีระชัยจะเน้นโฟกัสไปที่เรื่องเชิงนโยบาย เช่น การออกมาแถลงข่าวเรื่องการสร้างระบบตรวจสอบธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ให้มีการเปิดเผยงบการเงินเหมือนอย่างบริษัทจดทะเบียน โดยลืมไปว่าภารกิจของธนาคารรัฐส่วนใหญ่ต้องทำงานตามใบสั่งของรัฐบาลทั้งนั้น รวมถึงการชูแนวคิดเรื่องการตั้งคณะกรรมการคอร์รัปชัน เพื่อตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณในโครงการต่างๆ

อย่างไรก็ตาม วงในว่ากันว่า ทีมเศรษฐกิจตัวจริงเสียงจริงของรัฐบาลนี้คือ วิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้งานหลักอีกอย่างของ ธีระชัย คือการเดินทางไปประชุมในที่ต่างๆ เช่น การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 18 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

จนสื่อยกตำแหน่ง รมว.คลัง ตัวจริงให้กับ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ที่กำกับดูแลกรมภาษีคนเดียวถึง 3 กรม ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ทำให้ผลงานของ บุญทรง โดดเด่นและกระแสฮือฮาต่อกระแสสังคมได้มากกว่า ธีระชัย อย่างเห็นได้ชัดเจน นับตั้งแต่เรื่องการ โครงการรถคันแรก ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถนำมาเคลมขอคืนภาษีได้สูงสูดไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555

รวมถึงการขยายเวลามาตรการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร จากเดิมมาตรการสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2554 ขยายออกไปสิ้นสุดในเดือน ธ.ค. 2554

นอกจากนี้ บุญทรง ยังผลักดันมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกินจำนวนภาษีที่พึงชำระในแต่ละปีภาษี หรือเป็นจำนวนไม่เกิน 10% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ แต่ไม่เกิน 5 แสนบาทให้แก่บุคคลธรรมดาที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยให้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้ภายใน 5 ปีภาษีนับแต่วันที่ได้โอนกรรมสิทธิ์

ที่เป็นที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของรัฐบาล และทรงอิทธิพลกว่า รมว.คลัง

และวิจิตร ซึ่งเป็นเสมือนอาจารย์และรุ่นพี่ ธปท.นี่เอง จะเป็นผู้ค้ำเก้าอี้ รมว.คลัง ให้ธีระชัย ฉะนั้นแน่เหมือนแช่แป้งว่า รายชื่อปรับ ครม.ครั้งนี้ ธีระชัยก็จะยังอยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ต่อไป  

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง